BLOG

MY PERSONAL JOURNEY

แผ่นเจลลดไข้สำหรับเด็กเป็นสิ่งจำเป็นหรือไม่

          สำหรับพ่อแม่ที่มีลูกน้อยแล้วการที่เห็นลูกน้อยของตนเองไม่สบายตัวร้อนเป็นไข้เป็นสิ่งที่ทรมานใจพ่อแม่เป็นอย่างมากและผู้คนส่วนใหญ่ก็มักจะรีบพาลูกไปหาหมอทันทีหากว่าลูกไม่สบายซึ่งอันที่จริงแล้วเราสามารถดูแลลูกของเราเบื้องต้นได้หากเขามีอาการไข้เพียงเล็กน้อย

ซึ่งการดูแลเด็กเล็กนั้นหากเด็กตัวร้อนเป็นไข้เราสามารถลดไข้ให้กับพวกเขาได้ด้วยการใช้น้ำที่อุณหภูมิห้องชุบเช็ดตัวโดยพยายามเช็ดตรงจุดที่เป็นข้อพับต่างๆให้ความร้อนลดลงซึ่งถ้าหากเราสามารถลดความร้อนในร่างกายของลูกน้อยได้ก็ไม่จำเป็นต้องพาลูกน้อยไปที่โรงพยาบาลเพราะด้วยเด็กเล็กๆอายุไม่เกิน 3 ขวบนั้น

ส่วนใหญ่คุณหมอก็จะไม่แนะนำให้เด็กทานยาอยู่แล้วเพราะยาส่วนใหญ่จะมีผลต่อร่างกายของลูกน้อยของเราดังนั้นสิ่งที่ทำได้ที่สุดก็คือโรงพยาบาลก็มักจะให้ลูกน้อยของเราเช็ดตัวเพื่อให้ไข้ลดลงซึ่งวิธีการนี้เราสามารถทำเองที่บ้านได้ง่ายๆและยิ่งในขณะนี้โรงพยาบาลเป็นแหล่งแพร่เชื้อโรคได้เป็นอย่างดี

เนื่องจากสถานการณ์การระบาดของเชื้อไวรัส Corona ดังนั้นหากเป็นไปได้เราไม่ควรพาลูกน้อยของเราที่ร่างกายยังไม่แข็งแรงไปโรงพยาบาลในช่วงนี้ดังนั้นหากไม่อาการหนักจริงๆเราควรดูแลปฐมพยาบาลลูกน้อยของเราด้วยตัวของเราเองและวิธีการดูแลกรณีลูกน้อยเป็นไข้เบื้องต้นเราสามารถดูแลด้วยการลดอุณหภูมิร่างกายที่ร้อนจัดของลูกด้วยการเช็ดตัวและถ้าหากเด็กมีอายุสูงขึ้นมาหน่อยก็สามารถใช้เจลลดไข้แปะที่หน้าผากตัวช่วยลดอุณหภูมิความร้อนในร่างกายของรูปเราได้ด้วย

ดังนั้นในตอนนี้แผ่นเจลลดไข้จึงมีความจำเป็นที่เราควรจะมีไว้ติดบ้านเพื่อกรณีฉุกเฉินที่ลูกของเราไม่สบายเราสามารถใช้เจลลดไข้นี้แปะที่หน้าผากเพื่อลดอุณหภูมิลดไข้ให้กับลูกเราได้ซึ่งปัจจุบันเจลลดไข้มีทั้งแบบของเด็กและของผู้ใหญ่สามารถแตะเพื่อลดไข้ให้กับลูกเราได้เลยโดยที่ไม่ต้องดูว่าจะต้องรอไข้ขึ้นสูงกี่องศาถึงจะต้องแปะได้

หากเรามีความรู้สึกว่าลูกเราเริ่มตัวร้อนก็สามารถแปะแผ่นนี้ได้เลยซึ่งแผ่นเจลลดไข้นั้นควรเลือกที่ไม่มีสารอันตรายและไม่มีน้ำหอมปนเมื่อซื้อมาแล้วเราสามารถแปะลดไข้ให้กับลูกได้ทันทีตัวแผ่นเจลนี้จะสามารถช่วยลดอาการปวดหัวให้กับลูกได้และสามารถแปะได้ยาวนานต่อเนื่องกันถึง 10 ชั่วโมงแต่ก็อย่าลืมว่าถึงแม้ว่าจะมีการแปลเจลลดไข้แล้วเราก็ยังคงต้องเช็ดตัว

ให้กับลูกน้อยของเราเพราะว่าตามบริเวณแขนและขาตามข้อพับต่างๆพวกนี้จะยังมีความร้อนสะสมอยู่ดังนั้นหากเราเช็ดตัวให้อุณหภูมิลดลงเร็วมากได้เท่าไหร่โอกาสที่ลูกเราจะสบายตัวและไข้ลดลงก็จะมีมากขึ้นเท่านั้นซึ่งเราไม่จำเป็นต้องพาลูกไปโรงพยาบาลเลยก็ได้ถ้าเราสามารถเช็ดตัวให้อุณหภูมิความร้อนลดลงซึ่งนั่นก็หมายถึงขั้นของลูกลดลงตามไปด้วย

กระทรวงสาธารณสุขออกมาเตือน

กระทรวงสาธารณสุขออกมาเตือนใส่แต่เฟซชิลด์แต่ไม่ใส่หน้ากากอนามัยอันตรายติดโควิดได้เช่นเดียวกัน 

            ปัจจุบันนี้เรามักจะเห็นเหล่าดาราศิลปินต่างๆออกมาใส่เฟซชิลด์เป็นจำนวนมากซึ่งในตอนแรกเราจะเห็นว่านอกจากจะใส่เฟซชิลด์แล้วยังมีการสวมใส่หน้ากากอนามัยแต่มาช่วงหลังๆกระแสการใส่เฟซชิลด์  มาแรงมากๆซึ่งหลายคนเริ่มที่จะใส่เฉพาะตัวเฟซชิลด์เท่านั้นส่วนหน้ากากอนามัยทุกคนเริ่มที่ใส่แล้วอึดอัดจึงไม่อยากใส่โดยมองว่าการใส่แค่เพียงเฟซชิลด์

ก็สามารถป้องกันเชื้อโรคได้แล้วซึ่งมีความเป็นจริงแล้วทางกระทรวงสาธารณสุขได้ออกมาชี้แจงแล้วว่าไม่สามารถป้องกันได้โดยเฉพาะเชื้อไวรัสโคโรน่าเนื่องจากเราทราบกันดีว่าการแพร่เชื้อของไวรัสโคโรน่านั้นมีการแพร่เชื้อได้ด้วยการสัมผัส

  การไอหรือแม้แต่การจามซึ่งถ้ากรณีที่คนที่มีเชื้อไวรัสโคโรน่าไอหรือจามออกมารองของเหลวต่างๆไม่ว่าจะเป็นน้ำลายหรือแม้อาจจะเป็นน้ำมูกก็จะมีการกระจายออกมาสู่อากาศดังนั้นช่วงจังหวะที่รองเหล่านี้กระจายออกมาคนที่ใส่เฉพาะเฟซชิลด์ แต่ไม่ยอมสวมใส่หน้ากากอนามัยก็อาจจะได้รับเชื้อโรคไวรัสโคโรน่าเข้าไปสู่ร่างกายได้

ดังนั้นทางเจ้าหน้าที่กระทรวงสาธารณสุขจึงได้ออกมาเน้นย้ำถึงความจำเป็นของหน้ากากกันทำไงที่ทุกคนยังจะต้องมีการสวมใส่กันถึงแม้ว่าคนคนนั้นจะมีการใส่ตัวเฟซชิลด์ แล้วก็ตามเพราะมองว่าหาคนเราไม่สวมใส่หน้ากากอนามัยแล้วนั่นเท่ากับว่าเชื้อโรคสามารถเข้าสู่ร่างกายเราได้เพราะว่าเราไม่ได้มีการป้องกันอะไรเลยเพราะตัวเฟซชิลด์ไม่สามารถที่จะป้องกันเชื้อโรคต่างๆได้

        สำหรับการใส่เฟซชิลด์มองว่าเป็นการใส่เพราะแฟชั่นความสวยมากกว่าเบื้องต้นอาจจะช่วยเหลือในเรื่องของการลดความเสี่ยงในการรับเชื้อไวรัสกรุณาเข้าสู่ร่างกายได้แก่หากเราไม่สวมใส่หน้ากากอนามัยความเสี่ยงที่เราจะได้รับเชื้อจากไวรัสคนละหน้านั้นก็ยังคงมีสูงอยู่การแพร่เชื้อของไวรัสโคโรน่านั้นแพร่เชื้อได้หลายช่องทาง

ซึ่งเราทราบกันดีว่าเศษละอองสามารถปลิวในอากาศได้ไกลถึงประมาณ 2-3 เมตรดังนั้นกรณีที่ใส่เฉพาะเฟซชิลด์อย่างเดียว แต่ไม่มีหน้ากากอนามัยป้องกันอีกชั้นหนึ่งจึงถือว่ายังเป็นการเสี่ยงอย่างมากที่จะเกิดการติดเชื้อได้หากใครก็ตามที่อยากจะใส่เฟซชิลด์ไปตามกระแสแฟชั่นหรืออยากป้องกันให้ตนเองได้ปลอดภัยจากเชื้อไวรัสหรือเชื้อโรคชนิดอื่นก็ควรจะมีการสวมใส่หน้ากากอนามัยไปอีกชั้นหนึ่งด้วยซึ่งการใส่ทั้ง 2 อย่างนี้ร่วมกันได้ยิ่งเพิ่มความปลอดภัยจากการติดเชื้อไวรัสโคโรน่าได้

ความเชื่อผิดๆของการดื่มน้ำมะนาว

หลายคนนั้นก็มักจะบอกเลยว่า ถ้าเรากินน้ำมะนาวให้เป็นประจำหรือบางคนก็จะทานตอนเช้า บางคนก็รับประทานก่อนนอนจะช่วยดีท็อกซ์หรือขับสารพิษในร่างกายให้ออกไป  และทำให้ร้างกายนั้นไม่มีกรดแถมยังจะช่วยกระตุ้นในระบบเผาผลาญเราอยากจะบอกเดี๋ยวเรามาฟังคำตอบกันเลยในแต่ละข้อ

ความเชื่อที่1สำหรับน้ำมะนาวนั้นสามารถช่วยในเรื่องของดีท็อกซ์ในการขับล้างสารพิษในร่างกายได้ดี ในความเชื่อของน้ำมะนาวที่ช่วยดีท็อกซ์หรือล้างสารพิษในร่างกายสำหรับในความเป็นจริงแล้วอวัยวะภายในร่างกายมักจะทำงานด้วยกันเพื่อขับสารเคมีต่างๆที่มีอยู่ให้ออกไปไม่ว่าจะเป็นตับ ไต ปอดด้านผิวหนังต่างก็ได้ทำหน้าที่รวมกันการดื่มน้ำมะนาวนั้น

อาจจะเป็นความคิดที่ว่ามันอาจจะเข้าไปช่วยทำให้ระบบเหล่านั้นได้มีการทำงานที่ดีเกินร้อย%เราบอกเลยว่ามันคงจะไม่จริงหรอกเพราะว่าในด้านของสารต่างๆที่ได้มีอยู่นั้นที่มันได้อยู่ในร่างกายต่างๆของอวัยวะต่างๆก็ได้ทำงานอยู่แล้วและน้ำมะนาวนั้นก็จะเข้าไปช่วยเสริมและมันก็ไม่ได้ทำหน้าที่ตรงนี้ได้ดีอย่างเต็มร้อยแน่นอน

ก็อย่างที่ได้กล่าวออกไปนั้นถึงแม้ว่ามะนาวนั้นมันจะมีสารที่มีชื่อว่า ลิโมนีน ซึ่งมันก้ได้เป็นน้ำมันหอมระเหยที่มีการเข้าไปสกัดมาจากในตระกูลส้มและที่สำคัญไปกว่านั้นมันยังมีการออกฤทธิ์ที่จะต้านแบคทีเรียและได้เสริมสร้างการผลิตเอนไซม์ที่ยยังมีชีวิตจากตับแต่มีสารลิโมนีนมีขนาดเล็กเกินไปที่จะแทรกซึมระบบการทำงานของตับไตได้

การกินอาหารที่มันมีประโยชน์การออกกำลังกายและการพักผ่อนอย่างเพียงพอเป็นสิ่งช่วยแต่สุขภาพเราที่สำคัญมากๆเราได้ตอบในความเชื่อของข้อที่1ไปแล้วแต่อย่างไรก็ตามน้ำมะนาวนั้นมันก็ยังมีประโยชน์ และสำหรับในการดื่มน้ำมะนาวก่อนนอนแต่ถ้าหากว่าใครที่ไม่สะดวกถ้าบางคนนั้นดื่มน้ำมะนาวก่อนนอนและในตอนกลางคืนก็จะต้องเข้าห้องน้ำบ่อยมันจึงไม่ได้ทำให้ในการพักผ่อนนั้นได้ไม่เต็มที่หรือถ้าหากเรานั้นจะดื่นเอาในตอนเช้า

ก็ได้เพียงแต่ว่าขอให้ทุกคนนั้นได้กินน้ำมะนาวให้มันถูกวิธีกินแล้วมันจะทำให้ร่างกายของเรานั้นได้รับการดูแลต่างๆของเราด้วยและในทั้งนี้แหละมันคือสิ่งสุดยอดที่สุดของน้ำมะนาวเห็นหรือไม่ว่าน้ำมะนาวนั้นได้ใช่แค่เป็นเครื่องปรุงอาหารอย่างเดียวแต่มันยังเป็นได้อีกหลายอย่างที่เรานั้นไม่รู้มาก่อน

เมนูเหมาะกับคนที่ไม่มีเวลาทำมื้ออาหารเช้า

เมนูที่เหมาะกับคนที่ไม่ค่อยมีเวลาในยามเช้าที่จะทำอาหารรับประทานกินเองเพราะไม่ค่อยจะมีเวลาเท่าไหร่แต่ก็ยังมีอีกสิ่งอื่นที่สามารถตอบโจทย์สำหรับคนที่ไม่ค่อยมีเวลากับคุณได้เป็นอย่างดีมาดูกันเลยว่ามีเมนูอาหารที่เหมาะกับคนไม่มีเวลาทำอาหารเช้ารับประทานกันบ้าง?

ไข่กระทะ

สำหรับเมนูนี้ได้เป็นเมนูมาจากไข่ถือได้ว่าเป็นอาหารเช้าที่คุณสามารถทำได้เองโดยง่ายมากที่สุด ซึ่งสำหรับไข่กระทะนั้นถึงแม้ว่าชื่อมันอาจจะฟังดูยุ่งยากแล้วแต่ในความเป็นจริงแล้วกลับทำง่ายมากนิดเดียวและที่สำคัญยังเป็นอาหารของเด็กๆที่ต่างเห็นแล้วก็จะต้องอยากกินและสำหรับเมนูนี้ใครที่อยากจะนำเอาไปทำขายอยากจะขอแนะนำให้ทำขายในแทบบริเวณหน้าโรงเรียนรับลองว่าจะมีน้องๆหนูมายืนรอกันเป็นแถวอย่างแน่นอน

สำหรับวิธีการทำ

(1)นำกระทะมาตั้งบนไฟให้ร้อนจะนั้นก็ใส่เนย และพอเนยละลายแล้วใส่ไข่ และปิดฝา

(2)จากนั้นเมื่อไข่ที่เราใส่ลงไปนั้นเริ่มเซตตัวจากนั้นให้ใส่ส่วนผสมที่ได้เตรียมเอาไว้ทั้งหมดเทลงไป รอจนกว่าไข่ไก่นั้นเริ่มสุกเลือกเอาได้ตามใจชอบจากนั้นเหยาะซอสปรุงรสซักหน่อยบวกกับพริกไทยโรยต้นหอม จากนั้นตักใส่จานพร้อมเสิร์ฟได้เลยสำหรับต้นทุนต่อถ้วยนั้นประมาณ15บาทคุณสามารถทำขายได้ราคาประมาณ25บาทคุณจะได้กำไรประมาณ10บาทต่อถ้วย

 

ข้าวเหนียวหมูปิ้ง

สำหรับเมนูข้าวเหนียวหมูปิ้งนี้ในเวลาตอนเช้าหลายคนคงจะไม่มีเวลาสนใจกับมื้ออาหารเช้าถึงแม้ว้ามันจะทำง่ายมากซักแค่ไหนแต่ในอาหารของมื้อเช้านั้นมันก็ยังคงเป็นสิ่งที่สำคัญดังนั้นข้าวเหนียวหมูปิ้งที่คุณนั้นจะสามารถที่จะพกไปรับประทานได้ในทุกๆที่และยังสามารถใช้ระยะเวลาสำหรับในการรับประทานไม่นานแต่ทั้งนี้คุณยังได้อิ้มท้องทั้งยังมีราคาที่ถูกมากๆและเป็นเมนูสุดยอดฮิตที่มีผู้คนจำนวนมากนิยมทำมาค้าขายและบางคนเขาก็จะขายแค่เพียงหมูปิ้งในยามเช้าก็จะมีรายได้ดีกว่าที่จะต้องไปทำงานประจำอีกด้วยซ้ำ

สำหรับวิธีการทำนั้น  

(1)นำเอาเนื้อหมูมาแล่ให้เป็นแผ่นหนาประมาณ1/2ซ.ม และความกว้างโดยประมาณ4-5 เซนติเมตร ส่วนความยาวนั้นก็จะขึ้นอยู่กับขนาดของไม้ที่จะนำเอามาเลียบหมูที่ได้แล่เอาไว้ จากนั้นให้โขลกรากผักชี กระเทียม และ พริกไทยเม็ดจนละเอียดให้เข้าด้วยกัน  

(2)จากนั้นให้นำเอาส่วนผสมของเครื่องที่ได้โขลกเอาไว้กับน้ำตาลมะพร้าม กับ กะทิ ซีอิีวดำ ซีอิ๊วขาว ซอยปรุงรสแป้งข้าวโพด และไข้แดงคนส่วนผสมจนน้ำตาลมะพร้ามละลายจำนำเนื้อหมูที่หั่นเอาไว้ลงไปเคล้าผสมให้เข้ากันสุดท้ายใส่น้ำมันพืชลงไปเคล้าผสมให้เข้ากันอีกครั้งหมักทิ้งไว้ในตู้เย็น1คืนหรืออย่างน้อย3ชั่วโมงขึ้นไป 

(3)หลังจากหมักหมูทิ้งไว้ครบแล้วนำเนื้อหมูออกจากตู้เย็นมาเสียบไม้นำน้ำที่เหลือจากหมักหมูไปผสมกับกะทิที่เหลือให้เข้ากัน เตรียมไว้

(4)จากนั้นให้นำเอาหมูที่เสียบไม้ขึ้นเตาย่างได้เลย ต้มทุนต่อไม้ประมาณ7บาทสามารถขายในราคา10บาทกำไร3บาทต่อไม้

วิธีการลดความอ้วนง่ายๆที่ใครก็ทำได้

       หลายคนอาจจะยังไม่เคยรู้ว่ากาแฟนอกจากจะกินเข้าไปเพื่อให้เรารู้สึกกระชุ่มกระชวยตื่นตัวไม่ง่วงนอนแล้วแกยังสามารถช่วยในการลดน้ำหนักของเราได้อีกด้วยบทความนี้จึงเป็นการแนะนำวิธีการกินกาแฟแบบง่ายๆที่จะทำให้เราลดความอ้วนได้ไปในตัวด้วยมีวิธีการอย่างไรบ้างมาดูกันค่ะ

  1. การกินกาแฟเพื่อไม่ให้เราอ้วนนั้นเราไม่ควรผสมน้ำตาลหรือแม้แต่ครีมเข้าไปถ้าต้องการลดน้ำหนักควรกินกาแฟดำ เพราะจริงๆแล้วกาแฟดำนั้นให้พลังงานน้อยมากแค่เพียงประมาณ 4 แคลอรี่เท่านั้นเองหากเราผสมกาแฟกับน้ำเราก็สามารถกรมพลังงานเข้าสู่ร่างกายแค่เพียงน้อยนิดที่สำคัญหากเราไม่ใส่น้ำตาลหรือแม่ตะเคียนร่างกายเราก็ไม่จำเป็นต้องสะสมไขมันซึ่งก็จะส่งผลให้เราไม่อ้วน
  2. การกินกาแฟที่ดีนั้นมีเคล็ดลับหรือว่าเราควรจะค่อยๆจิบกาแฟทีละนิดไม่ควรดื่มทีเดียวหมดแก้วแต่ควรจะจิบทีละน้อยตลอดทั้งวันซึ่งการกินกาแฟจะช่วยให้เราหิวน้อยลงดังนั้นหากเราจิบกาแฟบ่อยๆตลอดทั้งวันร่างกายของเราก็จะไม่หิวจะรู้สึกกินอยู่ตลอดเวลาก็จะช่วยให้เราลดความอ้วนได้ดีอีกด้วย 
  3. เคล็ดลับอีกอย่างหนึ่งที่อยากจะบอกก็คือสำหรับสาวๆหรือหนุ่มๆคนไหนที่ชอบออกกำลังกายหากจิบกาแฟเล็กน้อยก่อนออกกำลังกายจะช่วยให้ระบบในร่างกายเผาผลาญไขมันได้ดียิ่งขึ้นเพราะอย่างที่เรารู้กันอยู่ว่าในกาแฟจะไปกระตุ้นการทำงานของร่างกายดังนั้นหากเราจิบกาแฟก่อนที่เราจะออกกำลังกายจะช่วยให้ร่างกายของเราได้รับการกระตุ้นระบบเผาผลาญเป็น 2 เท่าจากที่เราจะได้รับจากการออกกำลังกายเท่านั้น
  4. ถึงแล้วจะบอกว่าการกินกาแฟจะช่วยในเรื่องของการควบคุมน้ำหนักได้แต่หากเรากินกาแฟไปแล้วยังไปกินอาหารที่ไม่มีประโยชน์เช่นอาหารที่เป็นพวกของทอดของมันรวมถึงของขบเคี้ยวก็จะทำให้การลดความความอ้วนของเราไม่ได้ผลเท่าที่ควรดังนั้นการกินกาแฟเพื่อการลดน้ำหนักจึงควรเลือกกินผักและผลไม้เพื่อเป็นตัวช่วยให้เราควบคุมน้ำหนักได้ดียิ่งขึ้นอีกด้วย
  5. และที่สำคัญนอกจากที่เราจะดื่มกาแฟเพื่อควบคุมน้ำหนักแล้วเราควรจะดื่มน้ำเปล่าในปริมาณที่ร่างกายต้องการเพื่อที่น้ำจะได้ไปขับปัสสาวะออกจากร่างกายและขับสารพิษออกจากร่างกายที่สำคัญจะช่วยให้เราไม่เป็นโรคขาดน้ำและเน้นสิ่งอื่นใดนั้นว่ากันว่าหากเรากินกาแฟเสร็จแล้วแล้วดื่มน้ำเปล่าตามเข้าไปจะสามารถช่วยกระตุ้นการเผาผลาญไขมันในร่างกายใช้ได้ผลดีมากยิ่งขึ้นอีกด้วย

ประโยชน์ดีๆจากแตงกวา

สำหรับใครที่ชื่นชอบแตงกวาก็คงได้สรรพคุณของมันไปอย่างเต็มๆกันแล้วแต่ว่าส่วนใครที่ไม่รู้วาแตงกวานั้นมันมีสรพพคุณอะไรบ้างก็มาดูได้เลย เนื่องจากว่าแตงกวานั้นมันมีประโยชน์มากกว่าที่คุณคิดนั่นเอง

แม้แต่คุณหมอเองยังมีการออกมาแนะนำเกี่ยวกับการกินแตงกวาบ่อยๆมันจะสามารถเข้าไปช่วยกำจัดสิ่งที่เป็นของเสียที่มีการตกค้างอยู่ภายในร่างกายของเราและยังเป็นการช่วยลดในอาการของการบวมน้ำได้ดีอีกด้วย

สำหรับแตงกวานั้นมันมีถิ่นกำเนิดมาจากประเทศอินเดียจัดได้ว่ามันเป็นพืชประเภทล้มลุกและยังเป็นผักที่ค่อนข้างปลูกง่าย และมีการเจริญเติบโตอย่างเร็ว โดยมีรากแก้วและรากที่เป็นรากแขนงเป็นจำนวนมาก ส่วนทางด้านของลำต้นมันนั้นเป็นเถาแบบเลื้อยยาวโดยมีความยาวประมาณ2-3เมตรด้วยกันและยังมีลักษณะของใบมันนั้นด้วยการมีมุมถึง 5 มุมด้วยกันโดยปลายของมันจะมีมุมที่แหลมและยังมีขนขึ้นยาวอีกด้วย และลักษณะของดอกมันนั้นจะมีสีเหลืองและมีห้ากลีบด้วยกัน และส่วนของผลที่เป็นแตงกวานั้นมีรูปทรงเป็นกระบอกมีความยาวตั้งแต่ 5-40 เซ็นติเมตรลักษณะของภายในผลที่อยู่ตรงกลางของมันเป็นลักษณะที่เป็นเม็ดและสามารถที่จะทานได้

ประโยชน์และส่วนอื่นของแตงกวา

-แตงกวาสามารถช่วยให้เรานั้นรู้สึกสบายตัวได้โดยสามารถนำไปกินแก้อาการนอนไม่หลับได้

-แตงกวาสามารถนำมาช่วยลดความร้อนของอุณหภูมิที่อยู่ในร่างกายของคนเราได้จึงเหมาะสมที่จะนำมาเป็นเครื่องเคียงของอาหารที่มีความเผ็ดและร้อน

-แตงกวายังสามารถช่วยในระบบเกี่ยวการย่อยอาหารให้เข้าที่เข้าทางขึ้น

-นอกจากนั้นมันยังมีลิทธิ์ในการฆ่าเชื้อโรคอีกด้วย อีกทั้งยังยับยั้งเชื้อที่เป็นแบคทีเรียและยังช่วยเป็นการดูดซับสิ่งที่สกปรก

-แตงกวานั้นมีสารอยู่ชนิดหนึ่งที่เป็นการช่วยในเรื่องของการกักเก็บน้ำให้แก่ผิวและยังช่วยให้ผิวนั้นสะอาด กระจ่างใสได้อีกด้วย นอกจากนั้นยังช่วยในการกระชับรูขุมขน

-แตงกวามีสรรพคุณที่ทำให้เป็นดีทอกชั้นดีเลยนะ เพราะนอกจากมันจะเป็นการช่วยในเรื่องของการล้างสารพิษแล้วละก็ยังช่วยในเรื่องการแก้โรคบิดได้อีกด้วย

-แตงกวาเป็นผักที่ช่วยในการลดกรดในกระเพราะอาหาร

-ประโยชน์ของแตงกวานั้นเป็นผักที่ช่วยในการลดปรับสมดุลที่เป็นสารอาหารที่ร่างกายของเรานั้นจะได้รับและยังเป็นการช่วยในการควบคุมระดับความดันในเส้นเลือด ควบคุมคอลเลเตอร์รอลในเส้นเลือด

-ประโยชน์ของมันยังสามารถช่วยในการลดการบวมน้ำได้ดี

-ยังช่วยลดในการอักเสบ และลดอาการปวด เพราะเนื่องจากในแตงกวานั้นมีสารที่เป็นแอนโทแซนทินนั่นเอง

ปลูกกระเพราในบ้านแบบง่ายๆ

สำหรับคนทางทีมงาน nowbet  ของเราจะมาแนะนำวิธีปลูกกระเพราเพื่อมากินเองโดยปลูกในบริเวณโดยรอบบ้านของเราแบบวิธีง่ายๆ โดยไม่ต้องไปหาซื้อเพราะว่ากระเพรานั้นถือได้ว่า เป็นผักสวนครัวที่ได้รับการนิยมมากจากเราแม่บ้าน โดยส่วนใหญ่แล้วนะมักจะนำมาประกอบอาหาร ดังนั้นการปลูกกระเพราไว้ที่บ้านจึงถือได้ว่าเป็นเรื่องที่ง่ายและไม่เสียเปล่าอย่างแน่นอน แถมยังช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายให้คุณได้อีกด้วยและการดูแลรักษานั้นก็ถือได้ว่าไม่ยากเท่าไหร่นะและยังปลอดยาฆ่าแมลงอีกด้วยนะ

ก่อนอื่นเรามารู้กันก่อนว่าเรานั้นมีประเภทแยกออกไปด้วยกัน 3 ประเภทนั่นก็คือ ใบเขียวก้านแดง ใบเขียวก้านเขียว และใบแดงก้านแดง

การปลูกกระเพราในกระถางมีข้อดีดังต่อไปนี้

สำหรับปลูกกระเพราในกระถางถือได้ว่าไม่ได้เลวร้ายนะแถมยังช่วยประหยัดเนื้อที่ เหมาะสำหรับคนที่ไม่มีเนื้อที่ในการเพาะปลูกหรือมีดินค่อนข้างที่จะน้อย โดยการปลูกเหล่านี้สามารถปลูกได้ทุกที่เพราะไม่ว่าจะเป็นอยู่บนตึกบนอาคารหรืออะไรก็ตามแต่ที่มีพื้นที่เล็กน้อยก็สามารถปลูกได้เช่นกัน แถมการปลูกกระเพรานี้ยังมีวิธีที่ง่ายไม่ว่าจะเป็นการรดน้ำหรือการดูแลต่างๆ แถมการปลูกในกระถางนี้ยังสามารถเคลื่อนย้ายขยับพื้นที่ได้อีกด้วยนะ

วิธีการปลูกกระเพราด้วยเมล็ด

วิธีปลูกกระเพรานี้สามารถทำได้ดังต่อไปนี้นั่นก็คือท่านจะต้องเตรียมดินที่จะนำลงไปในกระถางหรือดินที่จะเอาไว้ในการปลูกกระเพรา หลังจากที่เตรียมดินเสร็จแล้วให้คุณหวานเมล็ดลงไปให้ทั่วทั้งกระถางหรือภาชนะที่คุณเตรียมไว้ จากนั้นให้คุณใช้ฟางกบไปที่เมล็ดที่คุณหว่านหรือวางฟางกระจายตามหน้าดินหรืออาจจะใช้เป็นปุ๋ยก็ได้เช่นกัน จากนั้นให้คุณลดน้ำตามในทันทีที่คุณทำการปลูกโดยเสร็จแล้วข้อควรระวังควรใช้น้ำที่มีลักษณะรูค่อนข้างเล็กหรือใช้ผ่านฝักบัวไม่ควรใช้น้ำที่เป็นสายยาง

หรือเทจากขวดทำการปลูกเสร็จหลังจากนั้นประมาณ 7 วันน่าจะได้เมล็ดจะทำการงอกออกมาเป็นรูปแบบของต้นกล้า จากนั้นให้ทำการรอจนต้นกล้าอายุประมาณได้ 1 เดือน จากนั้นให้ค่อยทำการแยกเพื่อเป็นการจัดระยะของต้นกระเพรา โดยท่านควรทำให้มีระยะห่างประมาณ 20 ถึง 30 เซนติเมตร จากนั้นก็เพียงแค่รอให้มันโตเต็มที่แล้วจึงนำมาประกอบอาหารได้ตามใจชอบ

วิธีการดูแลต้นกระเพรานั้นสามารถทำให้ได้ง่ายๆ เพราะเพียงแค่คุณลดน้ำเช้าและเย็นอย่างสม่ำเสมอ เพียงเท่านี้เองจะทำให้ต้นกะเพราของคุณนั้นเติบโตได้อย่างง่ายดายแถมวิธีนี้ไม่ต้องใช้สารหรือฉีดยาฆ่าแมลงด้วยนะคะเป็นการเติบโตด้วยธรรมชาติของมันเอง

ไปเดินตลาดเองกับ delivery อย่างไหนเสี่ยงติดโควิด-19 มากกว่ากัน

ถึงแม้ทุกคนจะยังคงต้องหวาดกลัวกับการติดเชื้อไวรัสโควิด-19 กันอยู่  แต่ทุกคนก็ยังต้องกินต้องใช้อุปโภค บริโภคสินค้าต่างต่างอยู่ทุกวัน  ซึ่งหากคนเรายังต้องมีการกิน การใช้สินค้าแล้วละก็ เราก็ยังต้องเสี่ยงที่จะออกไปหาซื้อข้าวของเครื่องใช้อยู่บ่อย ซึ่งหลายคนบอกว่าการที่เราจะลดความเสี่ยงในการติดเชื้อไวรัสโควิด-19 นั้น

เราควรจะลดการออกจากบ้านด้วย ดังนั้น หากเราจำเป็นที่จะต้องกินหรือซื้อข้าวของเครื่องใช้ เราจึงควรที่จะใช้บริการการจัดส่งสินค้ามาให้ที่บ้านด้วยการสั่งซื้อสินค้าผ่านทางอินเตอร์เน็ตแทน เพื่อเป็นการลดความเสี่ยงที่จะได้รับเชื้อโรค ยามเมื่อเราต้องออกไปนอกบ้านเพื่อไปซื้อของกินของใช้  แต่คำถามต่อมาคือ มันช่วยลดความเสี่ยงในการติดเชื้อไวรัสได้จริงหรือ เรามาลองเปรียบเทียบความเสี่ยงในการที่เราจะสั่งซื้อสินค้ามาส่งที่บ้านกับการที่เราเสี่ยงที่จะออกไปซื้อสินค้าเอง อันไหนดูแล้วน่าจะปลอดภัยมากกว่ากัน 

     หากเราจำเป็นต้องออกไปซื้อของเองที่ร้านหรือตลาด  การเดินทางไปในสถานที่ที่มีคนอยู่เยอะจึงมีความเสี่ยงมากมาก เพราะการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสนั้นเกิดมาจากการที่เราได้รับสารคัดหลั่งของคนที่มีเชื้อไวรัสแล้วนำมาเข้าสู่ร่างกาย จะด้วยการ จาม ไอ หรือแม้แต่เชื้อโรคที่เป็นละอองฝอยที่มีลอยอยู่ในอากาศในรัศมี 2 เมตร

ดังนั้นเราจึงมักจะเห็นว่าทางการจะมีการรณรงค์ให้คนอยู่ห่างกันประมาณ 1-2 เมตรขึ้นไป ซึ่งการที่เราออกมาซื้อของข้างนอกแบบนี้ การเดินห่างกัน 1-2 เมตรอาจจะทำได้ค่อนข้างยาก และที่สำคัญ ยังมีปัจจัยอื่นอื่นอีกเช่น การที่เราหยิบจับสิ่งของต่อจากคนอื่น เช่น การหยิบเงินทอน การรับบัตรคิวหรือบัตรจอดรถตามห้าง หรือแม้แต่การกดเงินจากตู้ เอทีเอ็มล้วนจะส่งผลทำให้เราติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ได้ทั้งสิ้น ซึ่งเราจึงต้องป้องกันตัวเองด้วยการใส่หน้ากากอนามัยอยู่ตลอดเวลา และต้องล้างมือบ่อยบ่อย ใช้เจลแอลกอฮอร์เช็ดมือทุกครั้งก่อนทีจะหยิบจับอะไร 

     แต่หากเราสั่งอาหาร หรือสั่งสินค้าให้มาส่งที่บ้าน ความเสี่ยงในการติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ย่อมมีน้อยกว่าการเดินทางออกไปข้างนอกแน่อน เพราะเราไม่ต้องเข้าไปรับบรรยากาศที่อาจจะมีเชื้อโรคลอยอยู่ในอากาศ แต่เราจะมีความเสี่ยงตรงที่เราจะสัมผัสถุงที่ใส่สินค้า และการคุยตอบโต้กับคนส่งของ ซึ่งวิธีการป้องกันก็คือ ตอนออกมารับของก็ควรจะใส่หน้ากากอนามัย

และก่อนที่จะหยิบถุงสินค้าก็ควรใช้เจลทำความสะอาดมือให้เรียบร้อยก่อน ให้พนักงานวางของเอาไว้ที่หน้าประตูแล้วค่อยเดินไปหยิบสินค้าที่สำคัญการจ่ายเงิน เราสามารถจ่ายผ่านบัตรเครดิตได้ จึงไม่มีผลต่อการหยิบจับเงินทอน และที่สำคัญเราอยู่บ้านเราสามารถล้างมือได้ทันท่วงทีก่อนที่เราจะเอามือไปสัมผัสหน้าตัวเองซึ่งอาจจะทำให้เชื้อโรคเข้าสู่ร่างกายได้ 

 

สนับสนุนโดย  bk8

หากต้องการหลีกเลี่ยงการติดเชื้อไวรัสโควิด-19

การวัดไข้ที่ถูกต้อง หากต้องการหลีกเลี่ยงการติดเชื้อไวรัสโควิด-19

   ปัจจุบันเวลาที่เราเดินทางไปที่ไหน ไม่ว่าจะเป็นการขึ้นรถไฟฟ้า BTS   การขึ้นรถไฟฟ้าใต้ดิน การไปซื้อของตามห้างสรรพสินค้า การไปทำงาน เรียกได้ว่าไปที่ไหนเราก็มักจะเจอเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยยืนคอยดักรออยู่หน้าสถานที่ที่กล่าวมาข้างต้นทุกแห่งโดยจะมีเจลล้างมือเป็นอุปกรณ์หลักและมีเครื่องวัดไข้เป็นอุปกรณ์เสริมคอยยืนตรวจวัดไข้ก่อนที่เราจะเข้าไปใช้บริการตามสถานที่ต่างๆนั้นซึ่งเรียกได้ว่าเราแทบจะรู้ผลภูมิของเราอยู่ตลอดเวลา

เมื่อเราเดินทางไปที่ไหนเนื่องจากการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19ที่กำลังเป็นปัญหาให้กับคนทั้งโลกอยู่ในขณะนี้ดังนั้นประเทศไทยเองจึงมีมาตรการป้องกันอย่างเข้มงวดเพื่อที่จะให้ประชาชนไม่ติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ซึ่งโดยปกติแล้วประชาชนทุกคนมักจะมีการซื้อปรอทวัดไข้ไว้ติดบ้านไม่อยู่แล้วเพื่อเอาไว้วัดอุณหภูมิไข้ของตนเองเวลาที่รู้สึกไม่สบายปรอทวัดไข้เรานี้เราสามารถที่จะหาซื้อได้ตามร้านขายยาทั่วไปได้เลย

และทุกคนคงจะทราบกันดีอยู่แล้วว่าหากวัดแล้วมีอุณหภูมิร่างกายอยู่ที่ 37.5 องศาเซลเซียสนั่นหมายถึงว่าเรากำลังมีอาการไข้อยู่นั่นคือข้อมูลปกติที่เราทราบกันดีแต่เมื่อมีการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19และเมื่อเรามีการวัดอุณหภูมิร่างกายแล้วพบว่าอยู่ที่ 37.5 องศานั่นหมายถึงว่าเราอยู่ในกลุ่มเสี่ยงที่เราอาจจะมีการติดเชื้อไวรัสโควิด-19ก็เป็นได้เพราะทางการได้มีการออกมาประชาสัมพันธ์ให้ทราบอยู่แล้วว่าอาการเบื้องต้นของผู้ที่ติดเชื้อไวรัสโคโรน่านั้น

มักจะมีอาการเหมือนคนเป็นไข้หวัดทั่วไปนั่นก็คือมีการไอ  มีอาการเจ็บคอ อาจจะจามหรือมีน้ำมูกด้วยก็ได้และที่สำคัญเลยคือการหายใจที่ผิดปกติเหนื่อยง่าย หลายคนคงเคย ใครกันมาบ้างแล้วแต่บทความวันนี้ตำบลแนะนำวิธีการใช้ปรอทวัดไข้ที่ถูกต้องให้อีกครั้งหนึ่งเพื่อที่จะได้สามารถตรวจเช็คร่างกายของตนเองได้ว่ามีอาการไข้อยู่หรือไม่เพื่อเป็นการหลีกเลี่ยงและลดความเสี่ยงในการที่จะติดเชื้อไวรัสโควิด-19ได้

     โดยปกติแล้วคนเรามักจะมีอุณหภูมิของร่างกายอยู่ที่ประมาณ 37 องศาเซลเซียสแต่ถ้าเมื่อใดก็ตามที่มีอุณหภูมิร่างกายสูงมากกว่า 37 องศาเซลเซียสหรือตั้งแต่ 37.5 องศาเซลเซียสเป็นต้นไปนั่นแสดงว่าเรามีอาการผิดปกติของอุณหภูมิในร่างกาย

ซึ่งอาจจะทำให้เรามีอาการป่วยไข้ได้โดยมากแล้วหากอุณหภูมิในร่างกายของเราเกิน 38 องศาเซลเซียสเป็นต้นไปแสดงว่าเรามีการเป็นไข้ขึ้นสูงควรจะรีบเดินทางไปโรงพยาบาลเพื่อรักษาโดยด่วนและวิธีการใช้ปรอทวัดไข้ที่ถูกต้องนั้นแบ่งออกเป็นดังนี้

    ปรอทแก้ว  วิธีการใช้ไงมากๆเพียงแค่เราสะบัดปรอทแก้วไปมาจนกว่าสายสีแดงๆของปรอทแก้วจะมาอยู่ตรงค่าที่ 35 องศาเซลเซียสก่อนหลังจากนั้นจึงทำการวัดไข้โดยนำไปเสียบตรงจักแร้แล้วคอยดูค่าซักประมาณ 10 นาทีหักค่าขึ้นไปเกิน 37.5 องศาเซลเซียสก็แสดงว่ามีไข้

     ปรอท Digital  สำหรับตลอดนี้ยิ่งใช้สะดวกมากกว่าปรอทแก้วแค่เพียงนำปรอท Digital มาชี้ตรงกลางหน้าผากก็สามารถทราบอุณหภูมิในร่างกายของเราได้แล้วโดยเครื่องจะมีการส่งเสียงเตือนหากมีการวัดไข้ให้เรียบร้อย

เลือกกินอาหารอย่างไรให้ห่างไกลจากไวรัสโควิด -19 

    ในขณะนี้ประเทศในโลกกำลังเกิดความเกรงกลัวเชื้อไวรัสที่ชื่อว่า โควิด -19 กันเป็นอย่างมากเนื่องจากการแพร่ระบาดเกิดขึ้นอย่างรวดเร็วและติดต่อกันในหมู่บ้านโดยการแพร่ระบาดนี้เริ่มมาจากประเทศในแถบเอเชียซึ่งมาจากประเทศจีนเป็นอันดับแรกหลังจากนั้นก็ลามไปประเทศอื่นๆเรื่อยๆจนออกไปต่างประเทศรวมถึงไปทางโซนยุโรป

และอเมริกาโดยปัจจุบันประเทศที่มีประชากรที่ติดเชื้อไวรัสโควิด -19 มากที่สุดเป็นอันดับ 1 กับเป็นประเทศสหรัฐอเมริกาแผนที่จะเป็นประเทศที่มีการแพร่เชื้อเป็นประเทศแรกต่างประเทศจีนนั่นก็เพราะว่าหลายคนอาจมีการเข้าใจผิดพลาดเกี่ยวกับการรับข้อมูลข่าวสารในการดูแลตนเองให้ห่างไกลการติดเชื้อไวรัสโควิด -19

ดังนั้นผู้คนส่วนใหญ่ที่ได้รับข่าวสารที่ไม่ถูกต้องหรือไม่ได้รับข่าวสารเลยก็จะไม่ระมัดระวังตัวในการดูแลตัวเองรวมถึงอาหารการกินต่างๆบทความนี้จึงจะเป็นการแนะนำเรื่องของการเลือกรับประทานอาหารในช่วงที่มีการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด -19 ว่าเราควรจะเลือกกินอาหารประเภทไหนอย่างไรที่จะส่งผลให้เราห่างไกลจากการติดเชื้อไวรัสโควิด -19 ได้ดีที่สุด

  1. อันดับแรกเลยสำหรับการปรุงอาหารการที่เราจะใช้มีดและเขียงในการทำอาหารนั้นเราควรจะแยกการใช้งานอย่างชัดเจนว่ามีดไหนใช้ในการสับเนื้อหมูหรือเนื้อไก่หรือมีดไหนที่เราจะใช้ในเรื่องของการปลอกผลไม้และควรล้างมีดให้สะอาดทุกครั้งที่มีการใช้งานรวมถึงก่อนใช้งานก็ควรล้างมีดและเขียงให้เรียบร้อยด้วย
  2. ก่อนที่เราจะทำกับข้าวหรือปรุงอาหารนั้นไม่ควรที่จะมีการล้างมือให้สะอาดรวมถึงคุณจะมีการล้างวัตถุดิบเช่นหมูผักให้สะอาดแล้วนำมาปรุงอาหารให้เรียบร้อยโดยใช้ความร้อนปรุงให้อาหารสุกเนื่องจากว่าความร้อนสามารถที่จะฆ่าเชื้อโรคไวรัสโควิด -19 ได้
  3. ไม่ควรนำสัตว์ที่ตายจากการติดเชื้อไวรัสมาปรุงอาหารแล้วรับประทาน ช่วยลดความเสี่ยงที่เราจะติดเชื้อไวรัสจากเนื้อสัตว์ที่เรานำมาปรุงอาหารได้
  4. และทุกครั้งก่อนที่จะมีการลงมือรับประทานอาหารนั้นควรจะมีการล้างมือให้สะอาดด้วยน้ำยาฆ่าเชื้อรวมถึงเมื่อเรารับประทานอาหารเสร็จเรียบร้อยแล้วควรจะมีการล้างมืออีกครั้งหนึ่ง
  5. การเลือกรับประทานอาหารก็มีส่วนสำคัญควรจะเลือกรับประทานอาหารที่เพิ่งปรุงเสร็จใหม่ๆไม่ควรปล่อยให้อาหารเย็นแล้วค่อยกินเพราะอาจจะมีเชื้อโรคปะปนในอาหารได้
  6. การรับประทานอาหารควรจะรับประทานอาหารของใครของมันไม่ควรทานร่วมกันหรือว่าหากไม่สามารถที่จะแยกอาหารทานกันได้อย่างเช่นคนในครอบครัวก็คือมันจะมีช้อนกลางเอาไว้ตักอาหารไม่ควรใช้ช้อนจากภาชนะของตนเองอาหารเพราะอาจจะมีการแพร่ระบาดเชื้อโควิด -19 ให้กันได้
  7. การนั่งรับประทานอาหารควรจะมีการเว้นระยะห่างกันอย่างน้อย 1 เมตรขึ้นไปแต่ทางที่ดีควรจะนั่งหันหลังให้กันไม่ควรนั่งหันหน้าหากัน