BLOG

MY PERSONAL JOURNEY

ถ้าลูกเป็นไข้ควรเลือกยาแบบไหนให้ลูกทาน

จะเห็นได้ว่าเด็กนั้นมักจะมีปัญหามากในการทานยา ซึ่งถ้าหากว่าบ้านไหนมีเด็กย่อมเจอกับปัญหาเหล่านี้อยู่แล้ว ถ้าหากว่าเด็กคนไหนที่ทานยาง่ายๆนับได้ว่าเป็นความโชคดีของบ้านนั้นเลยแหละ ซึ่งส่วนใหญ่ที่พบและได้ยินมานั้นจะไม่ค่อยมีบ้านไหนที่ยอมทานแบบง่ายโดยดีเลยนะ ส่วนใหญ่แล้วจะมีปัญหาด้วยกันทั้งนั้น

ดังนั้นผู้ปกครองจึงจำเป็นที่จะต้องงัดไม้เด็ดมาเพื่อเอาไว้ใช้กับเด็กๆ ไม่ว่าจะเป็น การแอบใส่ยาไปในอาหาร หรือการผสมกับน้ำหวานๆ แต่ว่าเด็กๆก็มักจะรู้ทันตลอด ในบางรายถึงกับบ้วนทิ้งในทันทีเลยนะ ซึ่งเท่ากับว่าเด็กๆก็จะไม่ได้รับยาไปเท่าที่ร่างกายต้องการ ดังนั้นจึงทำให้หายช้าลงขึ้นไปอีก

ซึ่งในวันนี้เรามีเคล็ดลับวิธีการป้อนยาและให้ยากับลูกของคุณอย่างไร ให้ลูกของคุณนั้นกลับมาแข็งแรงได้ไวขึ้น โดยมีดังต่อไปนี้

สำหรับยาน้ำที่จะนำมาให้เด็กๆทานนั้นมันมีอยู่สองชนิดด้วยกัน นั่นก็คือ ยาน้ำแบบแขวนตะกอนและ ยาแบบน้ำเชื่อมใส โดยทั้งสองชนิดนี้จะมีความแตกต่างกัน แต่ถ้าหากให้เราแนะนำต้องบอกว่าควรที่จะเลือกให้ลูกของคุณเป็นแบบน้ำเชื่อมใสน่าจะเหมาะสมกว่านะคะ

เนื่องจากว่าแบบน้ำเชื่อมใสนั้นตัวยาของมันจะทำการผสมกันมาเรียบร้อยแล้ว และมันไม่ตกตะกอนอีกด้วย ซึ่งหากเวลาที่คุณพ่อคุณแม่จะทำการป้อนยานั้นก็ไม่ต้องเสียเวลาเขย่าขวดก่อน ซึ่งลูกของคุณก็จะได้รับยาแบบครบถ้วนอีกด้วยนะ

และถ้าหากว่าเป็นยาแบบแขวนตะกอนนั้น เวลาที่คุณเขย่า หากเขย่าไม่ดีหรือไม่เข้ากัน เขาจะได้รับปริมาณของยาที่ไม่เท่ากันถ้าหากป้อนยาเหล่านั้นไป นอกจากนั้นควรเลือกซื้อยาที่มีสีสันสดใส และมีรสชาติที่หวาน เพราะเด็กๆจะได้ทานง่ายขึ้น

เพราะหากมีสีสันที่สดใส มันจะทำให้หลอกล่อลูกหลานของคุณได้ง่ายยิ่งขึ้น ถ้าลักษณะของยาที่เป็นสีใสๆเด็กมักจะมองว่าไม่น่าทาน เปลียนเสมอกับน้ำผลไม้หรือน้ำอักลมหากมีสีสันแล้วละก็มันจะเป็นแรงจูงใจให้เด็กๆเป็นอย่างดี

สำหรับการเลือกซื้อยาก็แบ่งเป็นหลายอย่างด้วยกัน เพราะนอกจากสีสัน รสชาติแล้ว ลักษณะของขวดก็ต่างกันไปอีกด้วย เพราะมันมีทั้งขวดที่เป็นแบบใส และเป็นขวดที่มีสีชา และนอกจากนั้นวัตถุประสงค์ในการเก็บยาเหล่านั้นก็ต่างกันออกไป

นอกจากนั้นการเก็บรักษาก็ยังสำคัญอีกด้วยนะ ถ้าไม่อยากให้ยาหมดประสิทธิภาพก็ไม่ควรที่จะวางให้โดนแสงแดด เพราะยาบางชนิดโดนแสงแดดก็จะทำให้เสื่อมคุณภาพได้

 

 

ได้รับการสนับสนุนโดย  betbbthai

รักษาอาการไอด้วยสมุนไพรใกล้ตัว

ในปัจจุบันนั้นมียาแผนปัจจุบันออกมาอย่างมากมายที่สามารถรักษา และบรรเทาอาการไอได้ แต่ด้วยผลข้างเคียงของยาแผนปัจจุบันนั้นมักจะมีผลข้างเคียงในภายหลังเกิดขึ้นหากมีการรับประทานเป็นเวลานานหรือบ่อยครั้งกับตับ และไต หากผู้ที่มีอาการไอบ่อย ๆเนื่องจากสุขภาพที่ไม่ค่อยแข็งแรงหรืออากาศที่เปลี่ยนแปลงบ่อยจนร่างกายของเรานั้นปรับตัวตามไม่ทัน

การเลือกรับประทานสมุนไพรเพื่อช่วยในการบรรเทาอาการไอจึงเป็นทางเลือกที่ดีกว่า เพราะนอกจากจะมีราคาถูก หาซื้อได้ง่าย และยังปลอดภัยต่อสุขภาพในระยะยาวอีกด้วย เพราะเป็นสมุนไพรที่มาจากธรรมชาติ จึงไม่มีผลข้างเคียงใด ๆกับสุขภาพร่างกายอย่างแน่นอน

มะนาว เป็นสมุนไพรคู่บ้านของใครหลาย ๆคน เพราะนอกจากจะนำมาเป็นสมุนไพรแล้ว ยังนิยมนำมาใช้ในการปรุงรสในการประกอบอาหารอีกด้วย ทั้งนี้หากนำมาเป็นสมุนไพรในการบรรเทาอาการไอแล้วก็ได้ผลเป็นอย่างดี โดยการนำลูกมะนาวมาหั่นครึ่ง บีบเอาแต่น้ำออก ใช้ประมาณ 2-3 ลูก แล้วนำมาผสมกับน้ำอุ่นปริมาณก้นแก้ว เติมเกลือเล็กน้อย จะช่วยบรรเทาอาการไอได้ และยังสามารถช่วยบรรเทาอาการเจ็บคอได้อีกด้วย แต่ทั้งนี้ใน 1 วัน ไม่ควรที่จะรับประทานมากเกินไป เพราะมะนาวมีรสเปรี้ยว การรับประทานในปริมาณที่มากจนเกินไปอาจทำให้ท้องเสียได้

มะขามป้อม หากนำมะขามป้อมผสมกับเกลือเล็กน้อย แล้วอมไว้ในปาก ผู้ที่ร้องเพลงดื่มก็จะทำให้มีเสียงที่ดีขึ้น เพราะช่วยทำให้ชุ่มคอ แต่หากนำมาเป็นยาสมุนไพรแล้ว มะขามป้อมนั้น สามารถบรรเทาอาการไอ และยังละลายเสมหะได้เป็นอย่างดีอีกด้วย โดยการนำมะขามป้อมสักหนึ่งกำมือมาต้มกับน้ำจนเดือด แล้วจิบบ่อย ๆบรรเทาอาการไอ หากน้ำต้มมะขามป้อมเริ่มเย็นก็ควรอุ่นให้พอร้อนแล้วจิบเรื่อย ๆ หรือดื่มแทนน้ำเปล่าได้เลยยิ่งดี

ขิง สมุนไพรชนิดนี้นั้นมีรสชาติเผ็ด และร้อนคล้ายกับพริกไทย แต่หากนำมาเป็นสมุนไพรใช้บรรเทาอาการไอนั้นก็จะเห็นผลได้เป็นอย่างดี โดยสามารถทำได้ 2 วิธีการ

  • นำขิงมาหักสัก 1 ข้อ แล้วต้มกับน้ำจนเดือด จิบเรื่อย ๆบรรเทาอาการไอ และยังสามารถช่วยขับลมในผู้สูงอายุได้อีกด้วย
  • นำขิงมาบดให้ละเอียดจนเป็นผง แล้วนำผงนั้นมาผสมกับน้ำอุ่นดื่มตามที่ต้องการ ก็สามารถช่วยบรรเทาอาการไอได้เช่นกัน

กระเจี๊ยบแดง สมุนไพรชนิดนี้มักมีผู้คนนำมาทำเป็นเครื่องดื่มกันมากนัก เพราะมีฤทธิ์ช่วยในการแก้อาการกระหายน้ำได้เป็นอย่างดี แต่หากนำมาต้มแล้วดื่มแบบอุ่นก็จะได้อีกสรรพคุณที่ช่วยบรรเทาอาการไอได้ โดยส่วนของต้นกระเจี๊ยบที่นำมาใช้ในการทำเครื่องดื่ม และสมุนไพร มักจะเป็นดอกกระเจี๊ยบ

ทั้งนี้นอกจากการรับประทานสมุนไพรเพื่อช่วยในการบรรเทาอาการไอแล้ว ผู้ที่มีอาการไอ ไม่ควรดื่มน้ำเย็น เพราะจะยิ่งทำให้อาการไอนั้นมากขึ้น ควรดื่มเฉพาะน้ำอุ่นเท่านั้นในขณะที่มีอาการไอ เพื่อช่วยทำให้ชุ่มคอ การจิบน้ำอุ่นบ่อย ๆก็เป็นอีกวิธีการธรรมชาติหนึ่งที่สามารถช่วยบรรเทาอาการไอได้เช่นกัน

 

สนับสนุนโดย  แทงบอล next88

ผิวหน้าหน้าเราเป็นสิวเพราะเป็นช่วงเป็นประจำเดือน 

เมื่อช่วงที่เราเป็นประจำเดือนนั้นหน้าของเราจะมันง่ายเมื่อฮอร์โมนโพรเจสเทอเพิ่มสูงขึ้นผิวหน้าจะผลิตน้ำมันออกมามากกว่าปกตินอกจากจะสร้างความหงุดหงิดใจให้ต้องคอยซับระหว่างวันแล้วยังเป็นเหตุให้แต่งหน้าไม่ติดทนนานอีกด้วย ปรับเปลี่ยนสกินแคร์ในช่วงที่มีรอบเดือนให้บางเบาอ่อนโยนขึ้นฬช้ไพรเมอร์ชนิดเนื้อแมตต์

เพื่อช่วยควบคุมความมันให้รองพื้นติดทนนาน ลงรอบพื้นเพียงบางๆทั่วใบหน้าเน้นให้หนาขึ้นเฉพาะส่วนคางหรือข้างจมูก

 สิวอักเสบแบบไม่ทันตั้งตัว เมื่อต่อมไขมันผลิตน้ำมันส่วนเกินออกมามากในช่วงมีประจำเดือนย่อมทำให้เกิดการอุดตันและเป็นสิวได้ง่ายไม่ว่าที่เรานั้นจะระวังอย่างไรก็หลีกเลี่ยงได้ยาก  ใส่ใจการล้างหน้านั้นให้มากขึ้นในช่วงที่มีประจำเดือนย่อมทำให้มีการอุดตันและเป็นสิวได้ง่ายไม่ว่าระวังอย่างไรก็ยากในการที่เรานั้นทำความสะอาดใบหน้าให้สะอาดหมดจรด

ช่วงมีรอบเดือนลองงดผลิตภัณฑ์ที่ใช้อยู่เป็นประจำ สลับมาเป็นครีม ที่มีส่วนผสมของเบนโซอิลเปอร์ออกด์ ซึ่งมีส่วนผสมในการกำจัดแบคทีเรียและผลัดเซลล์ผิวชั้นนอก เพื่อที่ไม่ให้เข้าไปอุดตันรูขุมขน ละเว้นครีมบำรุงเนื้อเข้มข้น เหนอะหนะ เพื่อลดปัญหาการอุดตันอันเป็นปัจจัยในการเกิดสิว ผ่านช่วงรอบเดือนค่อยกลับไปใช้ของเดิม 

ดวงตาเป็นส่วนที่สามารถบ่งบอกอารมณ์ความรู้สึกได้ดีที่สุด แม้ช่วงมีประจำเดือนบางคนนั้นไม่เป็นสิวแต่ว่าร่างกายอ่อนล่าจนทำให้มีถุงใต้ตาและรอยคล้ำไม่ว่าอย่างไรก็ดูไม่สดใส นำอายครีมแช่ทิ้งไว้ในตู้เย็นสักพัก เมื่อเย็นได้ที่ให้ใช้นิ้วบรรจงทาอายครีมบริเวณใต้ตาให้เนื้อครีมค่อยซึมซาบ เพราะว่าความเย็นจะช่วยให้หนังตาที่บวมหรือว่าหย่อนคล้อยนั้นกลับยุบตัวและและเต่งตึงขึ้น

การแต่งตาและคัดเบ้ามีส่วนให้ให้ดวงตาที่ดูบวมดูยุบลงได้ แต่ก็ควรที่จะหลีกเลี่ยงการทำสโมกกี้อายบริเวณตาล่างยิ่งจะทำให้เรานั้นดูโทรมการที่เรานั้นใช้มาสคาร่าในการดัดขนตานั้นจะทำให้ดูตานั้นสดใสเปร่งปรั่งมีชีวิตชีวาขึ้นมาทันตาในช่วงที่เรานั้นมีอาการที่แพ้ง่ายนั้นให้เราเลิกทำข้อต่อไปนี้เพราะว่าจะเป็นการทำร้ายผิว 

  1. งดสครับ ช่วงเวลาที่อ่อนแอ การสครับหน้ายิ่งเป็นการที่กระตุ้นหน้าของเรานั้นให้แดงมากขึ้น 
  2. งดการถอนขน การที่เราอยู่ในช่วงที่มีประจำเดือนเราควรที่จงดการถอนขนคิ้วหรือว่าแกซ์ขนเพราะว่าอาจจะทำให้เกิดอาการอักเสบได้ง่าย 
  3. ลดแป้งและน้ำตาลเพราะว่าเป็นการกระตุ้นทำให้เรานั้นเป็นสิวได้ง่ายมากขึ้น 
  4. เลี่ยงการที่กินเค็มเพราะว่าอาจจะทำให้ใบหน้าของเรานั้นบวม 

 

สนับสนุนโดย   ซื้อหวยฮานอยออนไลน์

วิธีลดน้ำหนักผิดๆ

คุณทั้งหลายเป็นไหมที่ต้องการลดความอ้วนแต่ว่าไม่รู้เรื่องเลยว่าสิ่งที่ทำอยู่นั้นมันไม่ถูกวิธี ทำไปก็ไม่ลด แถมเสียเวล่ำเวลาอีกต่างหาก คนไหนกันที่กล่าวว่าลดความอ้วนนั้นง่าย เอาจริงๆมันไม่ง่ายหรอกนะ (แต่ว่ามันก็มิได้ยากเกินไป) ถ้าหากเพื่อนทราบแนวทางที่ถูกต้องวันนี้พวกเราเอาวิธีผิดๆที่ถ้าเกิดเพื่อนๆกำลังลดความอ้วนด้วยวิธีการแบบนี้ เลิกเถิดแล้วเพื่อนๆจะได้ผอมบางลงเร็วขึ้น

งดเว้นมื้อเย็น ไม่ยอมกินข้าวเย็น

หนึ่งในแนวทางที่ไม่ถูกอย่างยิ่งสำหรับผู้ที่จะลดความอ้วน คือการงดมื้อเย็นหรือไม่รับประทานอาหารเย็นนั้นเอง เพราะอะไรถึงไม่ถูกนะหรอ นั้นก็ เนื่องจากการที่เพื่อนๆงดเว้นมื้อเย็นเป็นระยะเวลาต่อเนื่องกัน จะมีผลให้ระบบเผาผลาญพวกเราพังได้

ร่างกายจะมีการจำว่าไม่มีความจำเป็นที่จะต้องทำการเผาผลาญอะไรก็แล้วแต่และก็ถ้าหากเพื่อนๆกลับมาใช้ชีวิตปกติรับประทานปกติเมื่อไร ร่างกายก็จะเกิดความจำไปแล้วว่าไม่ต้องเผาผลาญช่วงเวลาเย็นนั้นเอง รวมทั้งเป็นต้นเหตุของการที่เรียกว่าระบบเผาผลาญพังนั้นเอง

ทางที่ดีเพื่อนๆควรจะกินมื้อค่ำนะ แต่ว่าเลือกทานอาหารที่ไม่ต้องมีแคลอรีมาก อย่าง สลักผัก ไข่ต้ม รวมทั้งเน้นย้ำการบริหารร่างกายให้เป็นประจำ ก็สามารถลดหุ่นรวมทั้งสุขภาพยังดีได้อยู่ด้วยนะ

เลิกรับประทานคาร์โบไฮเดรต หรือ แป้งไปเลย

การที่เพื่อนๆเลือกที่จะเลิกรับประทานคาร์โบไฮเดรตหรือแป้งไปเลยนั้น ไม่ใช่เรื่องที่ถูกต้องเลย เนื่องจากว่าอันที่จริงแล้วคาร์โบไฮเดรตเชิงซ้อน หรือ แป้งดีนั้น จะช่วยให้เพื่อนๆอิ่มนานขึ้นรวมทั้งต้องการของกินลดน้อยลงด้วยนะ

การที่เพื่อนๆไปเลิกรับประทานคาร์โบไฮเดรตเลย ซึ่งเป็นแหล่งพลังงานหลักของร่างกาย จะมีผลให้เพื่อนๆได้โอกาสไปรับประทานอาหารประเภท โปรตีน หรือ ไขมัน เยอะขึ้น รวมทั้งถ้าหากรับประทานพวกไขมันมากจนเกินความจำเป็นก็ไม่ใช้ผลในด้านที่ดีสำหรับผู้ที่กำลังลดหุ่นนะซึ่งอันที่จริงแล้วมนุษย์เราควรจะเลือกรับประทานอาหารอย่างสมดุลไม่ใช่เลิกรับประทานอย่างใดอย่างหนึ่งไปเลย

สูตรรับประทานน้อยๆลดความอ้วนไวๆในระยะเวลาสั้นๆ

การที่เพื่อนๆใช้สูตรรับประทานน้อยๆๆเพื่อให้ลดหุ่นลงไวๆในช่วงเวลา 3 -7 วัน นั้นเป็นแนวทางที่ผิดมากๆเนื่องจากว่าการที่พวกเราไปเลือกใช้สูตรเหล่านี้อาจก่อให้ร่างกายมีอันตรายได้ แถมการกินไม่เพียงพอก็จะมีผลให้ร่างกายหมดแรง ไม่มีแรงอีกด้วยนะ

ทางที่ดีเพื่อนๆเพียงแค่เลือกรับประทานอาหารที่ดี ในจำนวนที่เหมาะสม แล้วก็อยู่ในช่วงเวลาเหมาะสม ไม่เร็วไปที่จะได้ผล เนื่องจากว่าการลดหุ่นที่ดีจะต้องมีสุขภาพร่างกายที่แข็งแรงด้วย การที่เพื่อนๆเลือกใช้สูตรต่างๆในช่วงเวลาอันสั้นเพื่อจะให้น้ำหนักลงไวๆเพื่อนๆบางทีอาจจะลดน้อยลงได้นะ แต่ว่ารับรองสุขภาพจะไม่ดีแน่ๆ

 

สนับสนุนโดย  betbb

หากต้องการหลีกเลี่ยงการติดเชื้อไวรัสโควิด-19

การวัดไข้ที่ถูกต้อง หากต้องการหลีกเลี่ยงการติดเชื้อไวรัสโควิด-19

   ปัจจุบันเวลาที่เราเดินทางไปที่ไหน ไม่ว่าจะเป็นการขึ้นรถไฟฟ้า BTS   การขึ้นรถไฟฟ้าใต้ดิน การไปซื้อของตามห้างสรรพสินค้า การไปทำงาน เรียกได้ว่าไปที่ไหนเราก็มักจะเจอเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยยืนคอยดักรออยู่หน้าสถานที่ที่กล่าวมาข้างต้นทุกแห่งโดยจะมีเจลล้างมือเป็นอุปกรณ์หลักและมีเครื่องวัดไข้เป็นอุปกรณ์เสริมคอยยืนตรวจวัดไข้ก่อนที่เราจะเข้าไปใช้บริการตามสถานที่ต่างๆนั้นซึ่งเรียกได้ว่าเราแทบจะรู้ผลภูมิของเราอยู่ตลอดเวลา

เมื่อเราเดินทางไปที่ไหนเนื่องจากการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19ที่กำลังเป็นปัญหาให้กับคนทั้งโลกอยู่ในขณะนี้ดังนั้นประเทศไทยเองจึงมีมาตรการป้องกันอย่างเข้มงวดเพื่อที่จะให้ประชาชนไม่ติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ซึ่งโดยปกติแล้วประชาชนทุกคนมักจะมีการซื้อปรอทวัดไข้ไว้ติดบ้านไม่อยู่แล้วเพื่อเอาไว้วัดอุณหภูมิไข้ของตนเองเวลาที่รู้สึกไม่สบายปรอทวัดไข้เรานี้เราสามารถที่จะหาซื้อได้ตามร้านขายยาทั่วไปได้เลย

และทุกคนคงจะทราบกันดีอยู่แล้วว่าหากวัดแล้วมีอุณหภูมิร่างกายอยู่ที่ 37.5 องศาเซลเซียสนั่นหมายถึงว่าเรากำลังมีอาการไข้อยู่นั่นคือข้อมูลปกติที่เราทราบกันดีแต่เมื่อมีการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19และเมื่อเรามีการวัดอุณหภูมิร่างกายแล้วพบว่าอยู่ที่ 37.5 องศานั่นหมายถึงว่าเราอยู่ในกลุ่มเสี่ยงที่เราอาจจะมีการติดเชื้อไวรัสโควิด-19ก็เป็นได้เพราะทางการได้มีการออกมาประชาสัมพันธ์ให้ทราบอยู่แล้วว่าอาการเบื้องต้นของผู้ที่ติดเชื้อไวรัสโคโรน่านั้น

มักจะมีอาการเหมือนคนเป็นไข้หวัดทั่วไปนั่นก็คือมีการไอ  มีอาการเจ็บคอ อาจจะจามหรือมีน้ำมูกด้วยก็ได้และที่สำคัญเลยคือการหายใจที่ผิดปกติเหนื่อยง่าย หลายคนคงเคย ใครกันมาบ้างแล้วแต่บทความวันนี้ตำบลแนะนำวิธีการใช้ปรอทวัดไข้ที่ถูกต้องให้อีกครั้งหนึ่งเพื่อที่จะได้สามารถตรวจเช็คร่างกายของตนเองได้ว่ามีอาการไข้อยู่หรือไม่เพื่อเป็นการหลีกเลี่ยงและลดความเสี่ยงในการที่จะติดเชื้อไวรัสโควิด-19ได้

     โดยปกติแล้วคนเรามักจะมีอุณหภูมิของร่างกายอยู่ที่ประมาณ 37 องศาเซลเซียสแต่ถ้าเมื่อใดก็ตามที่มีอุณหภูมิร่างกายสูงมากกว่า 37 องศาเซลเซียสหรือตั้งแต่ 37.5 องศาเซลเซียสเป็นต้นไปนั่นแสดงว่าเรามีอาการผิดปกติของอุณหภูมิในร่างกาย

ซึ่งอาจจะทำให้เรามีอาการป่วยไข้ได้โดยมากแล้วหากอุณหภูมิในร่างกายของเราเกิน 38 องศาเซลเซียสเป็นต้นไปแสดงว่าเรามีการเป็นไข้ขึ้นสูงควรจะรีบเดินทางไปโรงพยาบาลเพื่อรักษาโดยด่วนและวิธีการใช้ปรอทวัดไข้ที่ถูกต้องนั้นแบ่งออกเป็นดังนี้

    ปรอทแก้ว  วิธีการใช้ไงมากๆเพียงแค่เราสะบัดปรอทแก้วไปมาจนกว่าสายสีแดงๆของปรอทแก้วจะมาอยู่ตรงค่าที่ 35 องศาเซลเซียสก่อนหลังจากนั้นจึงทำการวัดไข้โดยนำไปเสียบตรงจักแร้แล้วคอยดูค่าซักประมาณ 10 นาทีหักค่าขึ้นไปเกิน 37.5 องศาเซลเซียสก็แสดงว่ามีไข้

     ปรอท Digital  สำหรับตลอดนี้ยิ่งใช้สะดวกมากกว่าปรอทแก้วแค่เพียงนำปรอท Digital มาชี้ตรงกลางหน้าผากก็สามารถทราบอุณหภูมิในร่างกายของเราได้แล้วโดยเครื่องจะมีการส่งเสียงเตือนหากมีการวัดไข้ให้เรียบร้อย

เลือกกินอาหารอย่างไรให้ห่างไกลจากไวรัสโควิด -19 

    ในขณะนี้ประเทศในโลกกำลังเกิดความเกรงกลัวเชื้อไวรัสที่ชื่อว่า โควิด -19 กันเป็นอย่างมากเนื่องจากการแพร่ระบาดเกิดขึ้นอย่างรวดเร็วและติดต่อกันในหมู่บ้านโดยการแพร่ระบาดนี้เริ่มมาจากประเทศในแถบเอเชียซึ่งมาจากประเทศจีนเป็นอันดับแรกหลังจากนั้นก็ลามไปประเทศอื่นๆเรื่อยๆจนออกไปต่างประเทศรวมถึงไปทางโซนยุโรป

และอเมริกาโดยปัจจุบันประเทศที่มีประชากรที่ติดเชื้อไวรัสโควิด -19 มากที่สุดเป็นอันดับ 1 กับเป็นประเทศสหรัฐอเมริกาแผนที่จะเป็นประเทศที่มีการแพร่เชื้อเป็นประเทศแรกต่างประเทศจีนนั่นก็เพราะว่าหลายคนอาจมีการเข้าใจผิดพลาดเกี่ยวกับการรับข้อมูลข่าวสารในการดูแลตนเองให้ห่างไกลการติดเชื้อไวรัสโควิด -19

ดังนั้นผู้คนส่วนใหญ่ที่ได้รับข่าวสารที่ไม่ถูกต้องหรือไม่ได้รับข่าวสารเลยก็จะไม่ระมัดระวังตัวในการดูแลตัวเองรวมถึงอาหารการกินต่างๆบทความนี้จึงจะเป็นการแนะนำเรื่องของการเลือกรับประทานอาหารในช่วงที่มีการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด -19 ว่าเราควรจะเลือกกินอาหารประเภทไหนอย่างไรที่จะส่งผลให้เราห่างไกลจากการติดเชื้อไวรัสโควิด -19 ได้ดีที่สุด

  1. อันดับแรกเลยสำหรับการปรุงอาหารการที่เราจะใช้มีดและเขียงในการทำอาหารนั้นเราควรจะแยกการใช้งานอย่างชัดเจนว่ามีดไหนใช้ในการสับเนื้อหมูหรือเนื้อไก่หรือมีดไหนที่เราจะใช้ในเรื่องของการปลอกผลไม้และควรล้างมีดให้สะอาดทุกครั้งที่มีการใช้งานรวมถึงก่อนใช้งานก็ควรล้างมีดและเขียงให้เรียบร้อยด้วย
  2. ก่อนที่เราจะทำกับข้าวหรือปรุงอาหารนั้นไม่ควรที่จะมีการล้างมือให้สะอาดรวมถึงคุณจะมีการล้างวัตถุดิบเช่นหมูผักให้สะอาดแล้วนำมาปรุงอาหารให้เรียบร้อยโดยใช้ความร้อนปรุงให้อาหารสุกเนื่องจากว่าความร้อนสามารถที่จะฆ่าเชื้อโรคไวรัสโควิด -19 ได้
  3. ไม่ควรนำสัตว์ที่ตายจากการติดเชื้อไวรัสมาปรุงอาหารแล้วรับประทาน ช่วยลดความเสี่ยงที่เราจะติดเชื้อไวรัสจากเนื้อสัตว์ที่เรานำมาปรุงอาหารได้
  4. และทุกครั้งก่อนที่จะมีการลงมือรับประทานอาหารนั้นควรจะมีการล้างมือให้สะอาดด้วยน้ำยาฆ่าเชื้อรวมถึงเมื่อเรารับประทานอาหารเสร็จเรียบร้อยแล้วควรจะมีการล้างมืออีกครั้งหนึ่ง
  5. การเลือกรับประทานอาหารก็มีส่วนสำคัญควรจะเลือกรับประทานอาหารที่เพิ่งปรุงเสร็จใหม่ๆไม่ควรปล่อยให้อาหารเย็นแล้วค่อยกินเพราะอาจจะมีเชื้อโรคปะปนในอาหารได้
  6. การรับประทานอาหารควรจะรับประทานอาหารของใครของมันไม่ควรทานร่วมกันหรือว่าหากไม่สามารถที่จะแยกอาหารทานกันได้อย่างเช่นคนในครอบครัวก็คือมันจะมีช้อนกลางเอาไว้ตักอาหารไม่ควรใช้ช้อนจากภาชนะของตนเองอาหารเพราะอาจจะมีการแพร่ระบาดเชื้อโควิด -19 ให้กันได้
  7. การนั่งรับประทานอาหารควรจะมีการเว้นระยะห่างกันอย่างน้อย 1 เมตรขึ้นไปแต่ทางที่ดีควรจะนั่งหันหลังให้กันไม่ควรนั่งหันหน้าหากัน 

ผลเสียจากการกินอาหารฟาสต์ฟู้ด

    เชื่อว่าหลายคนคงรู้อยู่แล้วว่าอาหารฟาสต์ฟู้ดคืออะไรอาหารฟาสต์ฟู้ดถ้าเป็นการแปลตรงตัวตามภาษาอังกฤษนั้นก็จะแปลว่าอาหารจานด่วนสำหรับช่วงเวลาที่เราเร่งรีบนั้นอาหารฟาสต์ฟู้ดนี่แหละเป็นอาหารที่เหมาะสมอย่างยิ่งที่จะช่วยเหลือเราได้ในขณะนั้นเพราะว่าเราไม่ต้องเสียเวลาที่จะมานั่งทำอาหารทานแค่เพียงสั่งแล้วก็ได้สินค้ามารับประทานได้เลย

ซึ่งอาหารฟาสต์ฟู้ดส่วนใหญ่จะเป็นอาหารจานด่วนที่สามารถกินได้เลยไม่ต้องใช้เวลารอนานมากนักไม่ว่าจะเป็นอาหารจำพวกแฮมเบอร์เกอร์  , เฟรนช์ฟรายส์ , บะหมี่กึ่งสำเร็จรูปหรือขนมขบเคี้ยวต่างๆ 

        อย่างที่เราทราบกันดีอยู่แล้วว่าวัยรุ่นไทยรวมถึงเด็กนักเรียนตั้งแต่ชั้นอนุบาลขึ้นมาต่างก็พากันชื่นชอบที่จะกินอาหารฟาสต์ฟู้ดเนื่องจากมีรสชาติที่ถูกปากอร่อยสะดวกและรวดเร็วที่สำคัญซองบรรจุภัณฑ์ยังหน้าตาสวยงามเป็นการดึงดูดใจไม่อยากรู้ว่ารสชาติของอาหารนั้นเป็นอย่างไร หลายคนเลือกที่จะกินอาหารฟาสต์ฟู้ดเนื่องจากความจำเป็นบางประการเช่นผู้ปกครองไม่มีเวลาที่จะทำอาหารให้ดังนั้นอาหารที่เหมาะที่สุด

ที่จะต้องเตรียมให้ลูกก็คือการสั่งอาหารฟาสต์ฟู้ดมาให้ลูกทานก็ถือว่าสะดวกสบายมากที่สุดแล้วแต่คุณรู้หรือไม่ว่าอาหารฟาสฟูดที่ทุกวันนี้เราให้ลูกเราทานนั้นมีผลเสียมากกว่าผลดีด้วยซ้ำเรามาดูกันว่าผลเสียของอาหารฟาสต์ฟู้ดที่ว่านั้นมีอะไรบ้าง 

       ถ้าจะพูดถึงผลเสียของอาหารฟาสต์ฟู้ดนั้นมีมากจนบรรยายออกมาไม่หมดเมื่อเปรียบเทียบกับผลดีของอาหารฟาสต์ฟู้ดที่มีดีแค่เพียงสะดวกรวดเร็วเท่านั้นแล้วเราก็พ่อแม่ผู้ปกครองควรจะพิจารณาใหม่เกี่ยวกับการซื้ออาหารฟาสต์ฟู้ดให้เด็กๆรับประทานเพราะสำหรับในเด็กแล้วการทานอาหารฟาสต์ฟู้ดนอกจากจะทำให้เกิดเป็นโรคอ้วนแล้วยังส่งผลให้ระบบการพัฒนาทางด้านสมองช้าลงด้วย

เพราะอาหารฟาสต์ฟู้ดไม่ได้มีสารอาหารอะไรมากนักนอกจากมีไขมันและแป้งรวมถึงน้ำตาลเท่านั้นเองหากเรามีการทานอาหารฟาสต์ฟู้ดเป็นเวลานานแป้งน้ำตาลรวมถึงไขมันเหล่านั้นจะสะสมในร่างกายเป็นปริมาณมากซึ่งจะสร้างผลเสียต่อร่างกายของเราทำให้เกิดโรคต่างๆไม่ว่าจะเป็นโรคเบาหวานโรคความดันรวมถึงโรคหัวใจรวมถึงการกินอาหาร Fast Food ก็ทำให้เราท้องอืดท้องเฟ้อระบบการย่อยอาหารไม่ดีรวมถึงระบบการขับถ่ายที่ไม่ดีด้วยเพราะว่าไม่มีผักก็มาเป็นตัวช่วยในการขับถ่าย

ที่สำคัญอาหาร Fast Food นั้นมีราคาที่สูงมากแต่ก็ไม่ได้สร้างประโยชน์อะไรให้เลยดังนั้นหากเราเห็นถึงข้อเสียของอาหารฟาสต์ฟู้ดมากขนาดนี้แล้วหวังว่าผู้ปกครองควรจะมีการพิจารณาใหม่ในการให้เด็กๆทานอาหารฟาสต์ฟู้ดเราอาจจะให้เด็กๆทานบ้างเป็นบางครั้งแต่ไม่ใช่บ่อยจนเกินไปบอกไม่เช่นนั้นมันจะไปสร้างผลกระทบต่อการพัฒนาทางด้านสมองของลูกน้อยของคุณเอง 

น้ำซาวข้าวประโยชน์ดีๆที่หลายคนไม่รู้จัก

  เชื่อว่าหลายคนคงรู้ว่าน้ำซาวข้าวคืออะไรแต่อาจจะไม่รู้ถึงคุณสมบัติที่ดีที่น้ำซาวข้าวมีวันนี้เราจะมาแนะนำประโยชน์ของน้ำซาวข้าวว่าแท้ที่จริงแล้วเราสามารถนำน้ำซาวข้าวไปใช้ประโยชน์อะไรให้เกิดกับร่างกายของเราได้ด้วยแต่ก่อนอื่นเรามาชนกันก่อนว่าน้ำซาวข้าวคืออะไรน้ำซาวข้าวก็คือน้ำที่เรามีการล้างให้ข้าวของเรานั้นสะอาดก่อนที่เราจะนำไปหุง

ซึ่งโดยปกติแล้วน้ำซาวข้าวนั้นจะมีสีขาวขุ่นการใช้ประโยชน์จากน้ำซาวข้าวนั้นเราจะใช้ตักน้ำที่ร้านข้าวครั้งที่ 2 เนื่องจากว่าในครั้งแรกน้ำดังกล่าวอาจจะมีความสกปรกเอาข้าวสารของเราอาจจะมีการเปลี่ยนฝุ่นละอองหรือสารเคมีต่างๆดังนั้นน้ำที่ร้านครั้งแรกจึงควรเททิ้งและเมื่อเราเปิดน้ำล้างครั้งที่ 2 ให้เก็บน้ำซาวข้าวครั้งที่ 2 นี้เอาไว้แล้วมาใช้ให้เกิดประโยชน์กับร่างกายของเรามาดูกันว่าประโยชน์ของน้ำซาวข้าวนั้นมีอะไรบ้าง

        คุณรู้หรือไม่ว่าในน้ำซาวข้าวนั้นมีวิตามินมากมายหลายชนิดไม่ว่าจะเป็นวิตามินบี 1 วิตามินบี 2 วิตามินบี 3 ซึ่งคุณสมบัติของวิตามินบีทั้ง 3 ชนิดนี้จะช่วยในเรื่องของการล้างสารพิษมีประโยชน์ต่อการทํางานของระบบประสาทและช่วยในเรื่องของการเจริญอาหารรวมถึงยังช่วยป้องกันการอุดตันของเส้นเลือดได้ดีอีกด้วยในสมัยโบราณชาวบ้านนิยมนำน้ำซาวข้าวมาต้มใส่เกลือและน้ำตาลดื่มแทนน้ำนมเพื่อให้สุขภาพร่างกายแข็งแรงหรือในอดีตสำหรับครอบครัวที่มีฐานะยากจนหากเด็กทารกคนไหนที่แม่มีน้ำนมน้อยก็สามารถต้มน้ำซาวข้าวให้เด็กทารกดื่มทานน้ำนมได้

     ในปัจจุบันการใช้ประโยชน์จากน้ำซาวข้าวจะไม่ค่อยได้เห็นกันมากนักแต่คุณเชื่อไม่ว่านอกจากประเทศไทยที่เห็นคุณประโยชน์ของน้ำซาวข้าวแล้วต่างประเทศอย่างเช่นประเทศจีนหรือแม้แต่ประเทศญี่ปุ่นเองก็นำประโยชน์จากน้ำซาวข้าวมาใช้เช่นเดียวกัน  โดยเราจะเห็นได้ว่าผู้หญิงจีนมักจะใช้น้ำซาวข้าวมาทำการล้างหน้าเพื่อให้ผิวหน้าเนียนนุ่มลดปัญหาการอักเสบของสิวรวมถึงลดปัญหาการเกิดฝ้าและจุดด่างดำ

ซึ่งในญี่ปุ่นเองก็มีผลิตภัณฑ์ยี่ห้อหนึ่งที่นำน้ำซาวข้าวมาผ่านกรรมวิธีการผลิตที่ให้ได้มาตรฐานมากยิ่งขึ้นแล้วนำมาจำหน่ายในรูปแบบของผลิตภัณฑ์บำรุงผิวหน้าซึ่งเป็นที่สนใจของทั้งชาวไทยชาวญี่ปุ่นหรือประเทศอื่นๆอีกมากมายนั่นก็คือผลิตภัณฑ์ของบริษัท SK2 ที่เป็นน้ำตบ  

   ประโยชน์ของน้ำซาวข้าวนอกจากช่วยในเรื่องของการดูแลผิวหน้าให้เนียนนุ่มชุ่มชื่นไม่เกิดสิวแล้วยังช่วยในเรื่องของความนุ่มนวลของผิวเมื่อเรานำไปอาบหรือไปแช่มือและเรายังนำน้ำซาวข้าวมาสระผมเพื่อให้ของเราสะอาดปราศจากสารพิษตกค้างจากสารเคมีที่เราทำสีผมได้ด้วย 

 

ขอบคุณผู้ให้การสนับสนุนโดย  next88

ผีน้อยเต็มสุวรรณภูมิ

ผีน้อยเต็มสุวรรณภูมิ เจ้าหน้าที่ต้องเลิกงานตีสาม เหตุเพราะรัฐบาลไม่กักตัวแล้วเข้าค่ายทหารแล้ว

       หลังจากที่รัฐบาลจะไม่กักตัวคนที่เดินทางกลับมาจากประเทศ หรือกลับมาจากประเทศในกลุ่มเสี่ยงแล้ว แต่จะให้ไปกักตัวเองที่อยู่ที่บ้านนั้น ปรากฏว่าหลังจากที่ข่าวนี้เผยแพร่ออกไปถึงต่างประเทศ เหล่าผีน้อยทั้งหลายก็เดินทางกลับมาไทยกันอย่างล้นหลาม จนเมื่อคืนเจ้าหน้าที่ที่หน่วยคัดกรองต้องทำงานอย่างหนัก กว่าจะตรวจคนหมดก็ต้องพากันเลิกงานกันตอนตีสามเลยทีเดียว

       สำหรับการระบาดของเชื้อไวรัสโควิด -19 นั้นปัจจุบันมีการระบาดไปทั่วโลก ซึ่งหลายประเทศมีการปิดประเทศไม่ให้คนออกนอกประเทศและไม่ต้อนรับนักท่องเที่ยวชาวต่างประเทศเข้ามาภายในประเทศ เพราะต้องการที่จะควบคุมการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ให้ได้ก่อนที่จะมีคนตายเพิ่มมากขึ้น แต่ในขณะเดียวกันคนที่เดินทางไปทำงานที่ต่างประเทศก็อยากเดินทางกลับมาประเทศบ้านเกิดเมืองนอนของตัวเอง เพราะเชื่อว่าหากจะต้องเจ็บไข้ได้ป่วยจนตาย ทุกคนก็คงอยากกลับมาตายที่ประเทศของตัวเอง ตายอยู่ใกล้ใกล้ญาติพี่น้องของตัวเองด้วยกันทั้งนั้น

       อย่างในตอนนี้ก็เช่นกันที่บรรดากลุ่มคนที่ลักลอบเดินทางไปทำงานที่ประเทศเกาหลีใต้ หรือบางคนอาจจะเดินทางไปทำงานอย่างถูกกฎหมาย ต่างก็อยากจะเดินทางกลับมาที่ประเทศไทยด้วยกันทั้งนั้น เพราะเมื่อหากเทียบเรื่องการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด -19 แล้วประเทศเกาหลีใต้รุนแรงกว่าประเทศไทยมากนัก แต่คนส่วนใหญ่เลือกที่จะไม่เดินทางกลับมาประเทศไทยเพราะก่อนหน้านี้รัฐบาลไทย มีการประกาศกักตัวคนที่เดินทางมาจากต่างประเทศ โดยจะนำตัวไปกักตัวไว้ตามค่ายทหาร ซึ่งมีการเตรียมเอาไว้สำหรับกักตัวคนที่อยู่ในกลุ่มเสี่ยงที่จะติดโรคไวรัสโควิด -19  แต่เมื่อไม่นานมานี้เอง

ที่รัฐบาลมีการเปลี่ยนแปลงไม่ทำการกักตัวคนที่เดินทางกลับมาจากต่างประเทศแล้ว เพราะสถานที่กักตัวไม่เพียงพอกับจำนวนคนที่เดินทางมาและที่สำคัญหากมีการกักตัวเอาไว้ รัฐบาลจะต้องเสียงบประมาณในการนำเงินมาซื้ออาหารเลี้ยงเหล่าบรรดาคนที่ถูกกักตัวอีกซึ่งถือว่าเป็นการเสียงบประมาณของประเทศไปฟรีฟรี ทำให้ตอนนี้จึงต้องปล่อยให้กลับไปกักตัวกันเองที่บ้านเป็นเวลา 14 วัน ดังนั้นคนที่อยู่ต่างประเทศจึงได้เดินทางกลับมาประเทศไทยกันอย่างล้นหลาม จนเมื่อวันที่ 15 เดือนมีนาคม ปี พ.ศ. 2563 เจ้าหน้าที่สนามบินสุวรรณภูมิ

และที่สนามบินดอนเมืองได้ออกมารายงานว่า มีคนไทยพากันเดินทางกลับมาจากต่างประเทศกันเป็นจำนวนจนเจ้าหน้าที่ที่คอยปฏิบัติงานไม่เพียงพอกับจำนวนคนที่เดินทางกลับเข้าไทย จึงทำให้ต้องเสียเวลานานในการตัวคัดกรองคน ซึ่งทำเอาเจ้าหน้าที่ต้องเลิกงานกันตอนตีสามเลยทีเดียว  ซึ่งทางเจ้าหน้าที่สนามบินก็ออกมายืนยันทางสนามบินมีความปลอดภัยจากเชื้อโรคแน่นอนเพราะมีการฉีดยาฆ่าเชื้อทุก 3 ชั่วโมง

 

สนับสนุนโดย  rb88