BLOG

MY PERSONAL JOURNEY

การออกกำลังกายในร่ม

ในปัจจุบันเมืองไทยเรานั้นมีสภาพอากาศมลพิษมากมาย คนส่วนใหญ่จะพากันหันมาออกกำลังกายในที่ร่มกัน ซึ่งการออกกำลังในที่ร่มถือว่าเป็นสิ่งที่ดีสำคัญคนที่รักการออกกำลังกายเพื่อสุขภาพ เพราะการออกกำลังกายกลางแจ้งนั้นมีผลเสียต่อสุขภาพมากมาย ต้องเผชิญกับอากาศไม่บริสุทธิ์ส่งผลเสียต่อสุขภาพไปด้วย แต่ถ้าหันมาออกกำลังกายในร่มทำให้ได้ออกกำลังได้อย่างเต็มที่ เรามารู้จักกีฬาที่สามารถออกกำลังกายในร่มกัน

กีฬาปิงปอง  เป็นกีฬาที่เล่นใช้พื้นที่ไม่มากเท่าไร เล่นในร่ม เป็นกีฬาที่ฝึกความไหวพริบความว่องไวในการเล่น ถือว่าเป็นกีฬาที่สร้างความสนุกให้ไม่น้อย คนเล่นด้วยกันไม่เยอะ 2 คนก็สามารถเล่นกันได้ เป็นกีฬาที่ฝึกสมาธิไปในตัวในการตีลูกปิงปอง

แบดมินตัน  กีฬานี้ถือว่าเป็นกีฬาที่มีคนนิยมเล่นกันมากในสถานที่ร่ม สภาพอากาศเป็นอย่างไรก็สามารถเล่นได้ตลอด เป็นกีฬาที่ร่างกายทุกส่วนได้ออกกำลังไปในตัว การเล่นต้องมีความไหวพริบในการตีลูกแบดมินตัน ใช้ความคล่องตัวในการวิ่งตามลูกแบดมินตัน 

เล่นโยคะ  เป็นกีฬาที่เล่นในร่มไม่ค่อยออกแรงเท่าไร เป็นการยืดหยุ่นร่างกายให้มีการทรงตัวสมดุลกับร่างกาย การยืดเส้นยืดสายกล้ามเนื้อร่างกาย เป็นกีฬาที่ช่วยผ่อนคลายไปในตัว ซึ่งสามารถเลือกเล่นมุมไหนก็ได้ในสถานที่ร่มๆ ประโยชน์จากการเล่นโยคะมีมากมายเลยทีเดียว สามารถทำในห้องนอนคนเดียวก็ได้ ถือว่าเป็นการออกกำลังที่ช่วยให้จิตใจสงบตามไปด้วย 

เต้นซุมบ้าหรือเต้นแอโรบิค  เป็นการออกกำลังที่ช่วยในเรื่องการลดน้ำหนักกัน สามารถเล่นได้ทุกเพศทุกวัย ซึ่งเป็นการออกกำลังที่สร้างความสนุกสนานไปด้วย ชุดในการใส่ต้องหลวมใส่สบายไม่แน่นเกินไป เวลาเต้นจะได้คล่องตัว ซึ่งเป็นการออกกำลังกายที่สามารถเห็นกันทั่วไป ไม่จำเป็นต้องไปเต้นแอโรบิคกับคนเยอะ แต่ทุกคนสามารถเต้นคนเดียวก็ได้ที่บ้าน

กีฬาชกมวยหรือมวยไทย  เป็นกีฬาที่ผู้เล่นต้องคำนึงถึงความปลอดภัยด้วย เพราะต้องใช้แรงเยอะในการชกมวย การเล่นต้องมีครูฝึกช่วยดูด้วยสำหรับคนหัดเล่นใหม่เพราะอาจเกิดอันตรายได้ ประโยชน์มีมากมาย โดยส่วนของกล้ามเนื้อ แต่ควรเล่นเพื่อความสนุกสนานกันใช้ในทางออกกำลังกาย

กีฬาว่ายน้ำ  ถือว่าเป็นกีฬาที่ได้ออกกำลังทุกส่วนของร่างกาย แต่ก็ควรนึกถึงความปลอดภัยด้วย ต้องฝึกการว่ายน้ำให้แข็งแรง ซึ่งเป็นกีฬาที่ใช้เวลาในการออกไม่นาน ประโยชน์ช่วยให้กล้ามเนื้อลำตัวมีความกระชับขึ้นกว่าเดิม

เทคนิคการเลือกซื้อผลไม้

           ผลไม้แต่ละชนิดมีลักษณะไม่เหมือนกัน ซึ่งมีวิธีการสังเกตเลือกซื้อแตกต่างกันไป  เหมาะสำหรับแม่บ้านทุกคนที่ออกไปจ่ายตลาดซื้อผลไม้เข้าบ้านกัน หลักการเลือกนั้นไม่ยาก ทำให้เราได้ผลไม้ที่มีคุณภาพดีกลับบ้าน ลองมาดูกันว่ามีวิธีการสังเกตผลไม้กันอย่างไรบ้าง

กล้วยหอม  การเลือกกล้วยสุกนั้นสังเกตที่สีกล้วยต้องสีเหลืองทอง ไม่มีรอยช้ำ ก้านยังมีสีเขียวนิดหน่อย กล้วยสุกธรรมชาติจะหวานกว่ากล้วยที่ถูกบ่มให้สุก เปลือกไม่บาง

ลำไย  เป็นผลไม้ที่มีในช่วงฤดูร้อนจะได้ลำไยที่มีรสหวาน สุกตามฤดู เทคนิคการดูสังเกตที่เปลือกของลำไยผิวจะเรียบเกลี้ยง รับรองผลหวานแน่นอน 

ส้มเขียวหวาน  หลักการดูส้มหวานสังเกตที่เปลือกส้มต้องขรุขระมีสีเหลืองส้ม ไม่เลือกลูกที่มันวาวหรือสีเขียวเพราะจะได้ส้มที่มีรสเปรี้ยว ส้มต้องผิวบางลูกกลมๆ

แตงโม  ลูกแตงโมเวลาซื้อลองเอานิ้วเคาะเปลือกแตงโม ถ้าแตงโมสุกแล้วจะมีเสียงที่หนักแน่น แสดงว่าสุกเต็มที่แล้ว เปลือกต้องไม่มีรอยช้ำมีสีสวย

แอปเปิ้ล  ลูกของแอปเปิ้ลต้องไม่มีรอย เนื้อแน่น ผิวเรียบสวย ลูกต้องดูสด ลองสังเกตที่ขั้วของแอปเปิ้ลต้องไม่แห้งเหี่ยว สามารถเก็บแช่ไว้ได้นาน 1-2 อาทิตย์เลยคะ

สตรอเบอร์รี่  หลักการเลือกซื้อดูที่ผิวต้องแน่นสีแดงสด ไม่มีสีดำคล่ำ ไม่เหี่ยว ผลต้องอวบอิ่ม มีกลิ่นหอม ถ้าลองบีบแล้วผลไม่เละ แต่ถ้าใครไม่ชอบหวานๆให้เลือกผลที่มีสีเขียวปนอยู่หน่อยๆ

มะม่วง  การเลือกมะม่วงสีบางทีสุกไม่แน่นอน เดียวนี้นิยมบ่มแก๊สกันเร่งให้สุกเร็ว มะม่วงที่สุกเองตามธรรมนั้นผิวจะเหลืองสวย สีสม่ำเสมอ แตกต่างมะม่วงที่โดนบ่มมาสีผิวจะไม่สม่ำเสมอเท่าไรรสชาติไม่หวานเท่าสุกธรรมชาติเอง มะม่วงสุกเองสังเกตที่ขั้วต้องเรียบรสชาติจะหวานมาก

มังคุด  หลักการสังเกตมังคุดนั้นเปลือกต้องมีสีม่วงแดงเข้ม ลูกเล็กๆจะหวานกว่าลูกใหญ่  ต้องไม่มีรอยแตกรอยยุบ ลูกมังคุดไม่แข็งมาก ขั้วสดอยู่

เงาะ  การเลือกซื้อเงาะต้องเลือกลูกที่ใหญ่ๆเพราะจะมีเนื้อเยอะ สังเกตเปลือกและขนเงาะจะมีสีสด ไม่ดำเวลาแกะกินดูเนื้อไม่ติดเมล็ดและน้ำเงาะไม่แฉะเกินไป เนื้อไม่แห้งมากผลเงาะเท่าๆกัน

องุ่นแดงนอก  สีขององุ่นนั้นต้องมีสีแดงคล้ำ ลูกต้องกลมไม่มีรอยช้ำหรือรอยถลอกให้เห็น  ขนาดลูกองุ่นจะเท่าๆกัน รับรองจะได้องุ่นหวานแน่นอน

ลิ้นจี่  มีมากมายหลายพันธุ์ลูกจะไม่ใหญ่มาก สังเกตสีจะเป็นสีชมพูหรือแดงเข้ม

คุณรู้หรือไม่ว่าเบียร์ก็มีประโยชน์เหมือนกันนะจ๊ะ

 โดยปกติเรามักจะรู้กันว่าเครื่องดื่มที่เป็นของมึนเมาเป็นสิ่งที่ไม่มีประโยชน์ซึ่งเบียร์ก็คือหนึ่งในเครื่องดื่มที่ทำให้ร่างกายของเรามึนเมาและหากกินในปริมาณที่มากก็จะส่งผลกระทบต่อการควบคุมร่างกายและสติสมองของเราซึ่งถ้าหากเรากินเบียร์จนเมาแล้วไปกลับรถก็จะทำให้อาจทำให้เราประสบอุบัติเหตุได้แต่ในขณะเดียวกันเบียร์ก็ใช่ว่าไม่มีประโยชน์

หากเรากินในปริมาณที่พอเหมาะเบียร์ก็สามารถมีประโยชน์กับร่างกายของเราได้เช่นเดียวกันมาดูกันว่าประโยชน์ที่เราไม่เคยรู้ว่าเบียร์จะมีนั้นมีอะไรบ้าง
  1. กินเบียร์แล้วช่วยในเรื่องของการคลายความเครียด หากเรากินเบียร์ในปริมาณที่พอเหมาะแค่เพียงหนึ่งถึงสองกระป๋องเท่านั้นสารอาหารที่เบียร์จะช่วยทำให้ความเครียดที่สะสมอยู่ในตัวเรารลงอีกทั้งยังช่วยเรื่องลดความเสี่ยงของการเกิดปัญหาเส้นเลือดในสมองแตกได้เพราะหากเราไม่เครียดสมองของเราก็ไม่ต้องทำงานหนักนั่นเอง       
  2. ช่วยให้เราเข้าสังคมได้ง่ายคนบางคนมักจะขี้อายไม่กล้าที่จะคุยกับใครแต่เมื่อมีเบียร์เข้าปากไปนิดหน่อยก็สามารถที่จะเข้าไปคุยกับคนอื่นได้ง่ายขึ้นดังนั้นการดื่มเบียร์ในงานปาร์ตี้จึงเป็นการสังสรรค์เล็กๆในน้อยที่ทำให้คนขี้อายมีความกล้ามากขึ้น
  3. ลดความเสี่ยงที่จะเป็นโรคหัวใจมีผลการวิจัยออกมาว่าการที่เรากินเบียร์วันละหนึ่งกระป๋องจะช่วยลดความเสี่ยงในการเป็นโรคหัวใจได้เพราะสารอาหารที่อยู่ในเบียร์จะไปช่วยกระตุ้นการไหลเวียนของเลือดให้ดีขึ้น
  4. ช่วยให้กระดูกแข็งแรงมีงานวิจัยออกมาว่าการที่เรากินเบียร์ในปริมาณที่พอเหมาะไม่มากจนเกินไปสารอาหารในเบียร์นั้นจะไปช่วยเพิ่มความหนาแน่นของกระดูกไม่ให้เปราะบางง่ายซึ่งจะลดความเสี่ยงของการเป็นโรคกระดูกพรุนได้ด้วย
  5. ช่วยให้ระบบการย่อยอาหารได้ดีขึ้นเนื่องจากเบียร์ผ่านกระบวนการทางผลิตหน้าหลายขั้นตอนแต่ก็ยังคงมีสารอาหารที่เป็นประเภทไฟเบอร์สูงอยู่ดังนั้นการที่เรากินเบียร์จะทำให้ระบบการย่อยอาหารของเราดีขึ้นและส่งผลให้เราไม่พบปัญหากับโรคท้องผูกและที่สำคัญการกินเบียร์ในปริมาณที่พอเหมาะจะช่วยให้เราอิ่มมากขึ้นซึ่งจะช่วยให้เราไม่ต้องกินอาหารอื่นๆมากจนเกินไป
  6. ในเบียร์มีวิตามินเยอะไม่ว่าจะเป็นวิตามินบี 3 , วิตามินบี6, วิตามินบี9 ซึ่งวิตามินเหล่านี้มีส่วนสำคัญในการพัฒนาร่างกายให้มีสุขภาพร่างกายแข็งแรงห่างไกลจากโรคภัยดังนั้นหากเรากินเบียร์ในปริมาณที่พอเหมาะก็จะสามารถช่วยป้องกันไม่ให้เราเสี่ยงเป็นโรคได้หลายชนิดเหมือนกัน

เสี่ยงต่อการเป็นโรคต่อไปนี้หากไม่กินอาหารเช้าเป็นเวลานาน

อาหารที่เรากินเข้าไปในแต่ละมื้อนั้นมีความสำคัญต่อร่างกายของคนเราเป็นอย่างมากแต่อาหารที่สำคัญกับเรามากที่สุดก็คืออาหารที่เรากินในตอนเช้าเพราะว่าในตอนกลางคืนเราไม่ได้กินอาหารเข้าไปเลยเป็นระยะเวลาหลายชั่วโมงดังนั้นเมื่อตื่นเช้าขึ้นมาร่างกายจึงต้องการสารอาหารที่ จะนำไปทดแทนสารอาหารที่ถูกใช้ไปในช่วงเวลากลางคืนและหากเราไม่ยอมกินอาหารเช้าร่างกายเราจะไม่มีสารอาหารที่ไปช่วยพัฒนาและบำรุงร่างกายในช่วงเวลาตอนเช้าได้คุณจะสังเกตได้ว่าเมื่อเราตื่นนอนขึ้นมาช่วงประมาณซัก 9 โมงถึง 10 โมงเราจะเริ่มหิวข้าว นางก็เพราะว่าร่างกายของเราใช้สารอาหารที่เรากินตั้งแต่มื้อเย็นของเมื่อวานหมดแล้ว

และหากเราไม่ยอมกินอาหารเช้าเป็นเวลานานนานจะส่งผลทำให้ร่างกายของเราเกิดโรคต่อไปนี้

  1. โรคนิ่ว การที่เรากินอาหารเช้าเข้าไปสารอาหารในช่วงเช้าจะไปช่วยให้ตับทำงานได้มีประสิทธิภาพโดยจะไปทำให้ตับสามารถปล่อยน้ำดีออกมาละลายคอเลสเตอรอลซึ่งเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้เราเกิดเป็นโรคนิ่วแต่ถ้าหากเราไม่กินอาหารเช้าเข้าไปแล้วก็จะไม่มีสารอาหารไปช่วยให้ตับทำงานในด้านนี้และถ้าหากเราไม่กินอาหารนานติดต่อกันมากกว่า 14 ชั่วโมงขึ้นไปก็จะพบปัญหาคอเลสเตอรอลจับตัวกันเป็นก้อนทำให้เรามีโอกาสเป็นโรคนิวได้
  2. โรคอ้วนคุณรู้หรือไม่ว่าการอดอาหารเช้าไม่ได้ทำให้เราผอมลงแต่กลับจะทำให้เราอ้วนขึ้นมากกว่าเดิมเพราะว่าการที่เราไม่กินข้าวเช้าจะทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดของเราต่ำลงทำให้มือต่อไปเราหิวมากกว่าปกติแถมยังอยากกินของหวานมากขึ้นกว่าเดิมด้วยซึ่งถ้าเราหิวมากเราก็จะกินมากและนั่นจะทำให้เราอ้วนและที่สำคัญการที่เรางดอาหารเช้าจะทำให้ระบบเผาผ่านของเราทำงานแบบไม่มีประสิทธิภาพ
  3. โรคอัลไซเมอร์ หรือโรคความจำเสื่อมนั่นเองการที่เรากินอาหารเช้าเข้าไปสารอาหารที่เรากินจะไปกระตุ้นการทำงานของสมองและร่างกายให้มีความกระฉับกระเฉงมีความจำดีแต่หากเราไม่ได้กินอาหารเช้าเราก็จะไม่มีสารอาหารเข้าไปกระตุ้นการทำงานของระบบสมองซึ่งน่าจะส่งผลให้ความจำของเราไม่ดีกายเป็นคนขี้หลงขี้ลืมแล้วถ้าหากเรางดอาหารเช้าบ่อยบ่อยก็จะทำให้เรากลายเป็นโรคความจำเสื่อมได้
  4. โรคหัวใจและโรคเส้นเลือดในสมองตีบสำหรับอาหารเช้าที่เรากินเข้าไปมันจะไปกระตุ้นการทำงานของร่างกายให้มีประสิทธิภาพแต่หากเรางดอาหารเช้าแล้วจะส่งผลให้เลือดในตัวเรามีความเข้มข้นสูงแล้วทำให้มีปัญหาเลือดอุดตันไม่สามารถลำเลียงเลือดไปเลี้ยงสมองและหัวใจได้ทำให้กลายเป็นโรคหัวใจและเส้นเลือดในสมองตีบได้หากเราไม่กินอาหารเช้าบ่อยบ่อยนั่นเอง  

รู้ไหมว่าการนอนไม่หลับจะส่งผลอะไรกับเราได้บ้าง?   

สำหรับการนอนไม่หลับนั้น ไม่ถือว่าเราเป็นโรคร้ายแรงอะไรเพียงแต่การนอนไม่หลับจะทำให้ร่างกายของเราอ่อนเพลีย ไม่มีแรง และไม่สดชื่น นานวันเข้ามันจะเริ่มส่งผลกระทบกับการใช้ชีวิตของเราและมีผลต่อความสัมพันธ์ของเรากับบุคคลอื่น ไม่ว่าจะเป็นคนในครอบครัว  เพื่อนฝูง หรือเพื่อนร่วมงาน หัวหน้าและแม้แต่ลูกค้าก็ตาม

จะเห็นได้ว่าการนอนไม่หลับไม่ได้ส่งผลต่อเราคนเดียวเท่านั้น แต่กระทบกับคนรอบตัวเราไปทั่วแต่ที่แน่แน่คนที่โดยผลกระทบมากที่สุดก็คือตัวเราเอง ซึ่งจะส่งผลให้จากคนที่เคยเป็นคนอารมณ์สดใสกลายมาเป็นคนที่ขี้หงุดหงิดได้ง่าย  การนอนไม่หลับมีหลายแบบด้วยกันคือ นอนไม่หลับแค่บางวัน ชั่วครั้งชั่วคราวเท่านั้น หรือว่านอนไม่หลับเป็นเป็นหายหาย

อาจจะมีอาการประมาณ 4-5วันติดต่อกันแต่หลังจากนั้นก็นอนหลับได้ปกติ หรือเป็นแบบเรื้อรังคือเป็นบ่อยและเป็นนาน ซึ่งอาจจะเป็นเดือน ซึ่งอาการนอนไม่หลับแบบนี้ต้องรีบปรึกษาแพทย์เพื่อหาสาเหตุและหาทางรักษาให้หาย

ส่วนใหญ่คนที่นอนไม่หลับนั้นมักจะมีความเครียดสะสม

โดยที่บางครั้งตัวเองอาจจะไม่รู้ตัว  ซึ่งเกี่ยวข้องกับเรื่องของจิตใจของคนที่นอนไม่หลับโดยตรง ส่วนใหญ่คนที่มีปัญหาเครียดกับเรื่องงาน เรื่องเพื่อนร่วมงาน เรื่องสถานะทางการเงินของตัวเอง เรื่องธุรกิจที่ทำอยู่ หรือแม้แต่มีปัญหาทะเลาะกับคนในครอบครัว เรื่องเหล่านี้มักจะส่งผลต่อตัวเราโดยตรงทำให้เรานอนอนไม่ค่อยหลับ 

หรือบางที่การเปลี่ยนสถานที่อย่างเช่นการที่เราต้องเดินทางไปต่างประเทศที่เวลาของประเทศที่เราอยู่กับประเทศที่เรากำลังจะไปมันต่างกันมาก สิ่งนี้ก็จะมีผลต่อการปรับตัวสำหรับการนอนหลับของร่างกายของเราได้ด้วยเช่นกัน

บางคนอยู่ในระหว่างการเศร้าเสียใจ การอกหักก็จะทำให้ไม่สามารถข่มตาให้หลับลงได้  รวมถึง สาเหตุที่นอนไม่หลับอาจจะเกิดจาการบาดเจ็บ เช่นเป็นแผลจากการเกิดอุบัติเหตุการเจ็บแผลก็จะทำให้ไม่สามารถหลับได้ รวมถึงการป่วยเป็นโรคต่างต่างก็จะส่งผลให้ร่างกายไม่ยอมนอน

และที่สำคัญการที่เราอยู่ในสภาพอากาศหรือในพื้นที่ที่ไม่เหมาะสมกับจะส่งผลให้นอนไม่หลับได้ เช่นมีเสียงดังรบกวน ไม่ว่าจะเป็นเสียงนอนกรนของคนด้านข้าง หรือแม้แต่เสียงงานเลี้ยงของเพื่อนข้างบ้านก็มีผลต่อการนอนของเราทั้งสิ้น 

ซึ่งหากเรามีปัญหาเรื่องการนอนไม่หลับบ่อยๆ นอกจากจะทำให้เราง่วงนอนในตอนกลางวันและจะทำให้เรากลายเป็นคนขี้หงุดหงิดขึ้นแล้ว เราเวลาขับรถอาจจะทำให้เราหลับในแล้วเกิดอุบัติเหตุและเสียชีวิตได้

วิธีการทำให้สุขภาพของตนเองดูดีอยู่เสมอ 

จะเห็นได้ว่ามีอยู่หลายคนเหมือนกันที่พวกเขานั้นมองเห็นคนอื่นหรือมองดูคนอื่นที่เค้ามีรูปร่างที่ดีแน่นอนแล้วว่าอาจจะส่งผลให้เป็นแรงบันดาลใจให้แก่ตนเราได้หากเรานั้นอยากมีหุ่นแบบนั้นก็ควรที่จะวางแผนในการดูแลตัวเองซึ่งมีหลักง่ายง่ายโดยมีดังนี้ 

ทานอาหารมือเช้าให้สม่ำเสมอ 

จะเห็นได้ว่าการรับประทานอาหารในมื้อเช้าจะมีส่วนช่วยในการกระตุ้นเกี่ยวกับระบบในการเผาผลาญของร่างกายซึ่งเป็นการทำให้ร่างกายนั้นทำงานปกติและยังเป็นการทำให้ร่างกายทำงานได้ดีขึ้นอีกด้วยเราจะเห็นได้ว่ามีผลการวิจัยที่มีการระบุสำหรับบุคคลในวัยทำงานนั้นหากมีการทานอาหารเช้าเป็นประจำ จะสามารถทำงานได้ดีและมีคุณภาพตลอดทั้งวันและในขณะเดียวกันเด็กที่ กำลังอยู่ในวัยเรียนนั้นที่ทานอาหารเป็นประจำในเวลาเช้าจะสามารถทำข้อสอบได้ดีกว่าเด็กเด็กที่ไม่ ทานอาหารมานั่นเอ 

ดื่มน้ำเปล่าให้เพียงพอต่อร่างกายที่ต้องการและควรดื่มเป็นประจำให้ชิน 

การดื่มน้ำเปล่านั้นจะส่งผลให้ร่างกายของเราทำงานได้อย่างปกติซึ่งจะเห็นได้ว่าร่างกายของเรานั้นต้องการใช้น้ำในปริมาณมากอยู่พอสมควรดังนั้นการดื่มน้ำให้เพียงพอต่อร่างกายจึงเป็นสิ่งจำเป็นและถือได้ว่าเป็นข้อดีข้อหนึ่งแถมยังเป็นการช่วยลดความอ้วนได้เป็นอย่างดี อย่างไรก็ตามเรานั้นควรที่จะหรือยังน้ำที่มีรสชาติหวานที่มีส่วนผสมของน้ำตาลนมต่างๆแต่หากเป็นคนที่ชอบรสหวานอยู่แล้วควรหาอย่างอื่นมาทดแทนสิ่งเรานี้เช่นเม้ไม่ว่าจะเป็นแตงโมหรือส้มเพื่อเป็นการนำมาทดแทนกันนั่นเอง 

งดสูบบุหรี่ 

คุณจะเห็นได้ว่าคนที่มีสุขภาพดีนั้นส่วนใหญ่จะไม่สูบบุหรี่ดังนั้นหากคุณเป็นคนที่สูบบุหรี่แต่อยากมีสุขภาพที่ดีควรตัดสินใจที่จะเลิกสูบบุหรี่โดยเด็ดขาดเพราะการสูบบุหรี่นั้นส่งผลให้ร่างกายของเรานั้นแย่ไปด้วยโดยมีผลต่ออัตราการเต้นของหัวใจและความดันโลหิต โดยตรง จะเห็นได้ว่าการสูบบุหรี่ล้วนแล้วแต่เป็นสิ่งที่ไม่ดีต่อร่างกายดังนั้นหากเลิกได้ควรเลิกซะแต่หากเลิกไม่ได้ควรมีการลดจำนวนลงเรื่อยเรื่อยเพื่อเป็นการทำให้ร่างกายของเราดีขึ้น 

การรับแสงแดดอยู่บ่อยๆ 

จะเห็นได้ว่ากิจกรรมการแจ้งนั้นมีความเหมาะสมเพื่อทำให้ร่างกายของเราได้รับวิตามินจากแสงแดดและกิจกรรมเหล่านั้นล้วนส่งผลให้ร่างกายของเราแข็งแรงขึ้นได้แต่เราจะเห็นได้ว่าแสงแดด มีประโยชน์ต่อกระดูกและหัวใจหรืออาจจะเป็นอารมณ์ของเรานั่นเองซึ่งมีการค้นพบว่าหากเรานั้นมีชีวิตอยู่ท่ามกลางของธรรมชาติจะเป็นการช่วยให้ร่างกายและจิตใจของเรานั้นสงบสุขลงได้จะเห็นได้ว่าคนที่อยู่ตามชานเมืองหรือนอกเมืองนั้นพวกเขาดูมีความสุขมากกว่า บุคคลที่อยู่ในเมืองนั่นเอง   

คนที่เป็นโรคกระเพาะควรทานอาหารประเภทใด

โรคกระเพาะส่วนใหญ่มักจะเป็นกันเยอะเรียกว่าโรคยอดฮิตของมนุษย์เลยก็ได้ซึ่งส่วนใหญ่แล้วมักจะเกิดขึ้นกับเด็กวัยรุ่นหรือพวกนักเรียนและนักศึกษาแต่นั่นก็ไม่ได้หมายความว่าพนักงานหรือวัยทำงานจะเป็นไม่ได้เพราะสำหรับบางคนก็ไม่สามารถดูแลตัวเองให้ทานอาหารตรงเวลาได้เช่นกัน

ในแต่ละวันนั้นอาจจะมีการใช้ชีวิตที่เร่งรีบจนเกินไปสำหรับบางท่านอาจจะทานอาหารไม่ทันหรือมองข้ามสิ่งสำคัญในเวลาที่กูรับประทานอาหารบางท่านอาจลืมดูแลตัวเองหรือดูแลตัวเองไม่ดีเท่าที่ควรอาจจะมีบางกลุ่มคนที่ไม่ค่อยมีเวลาจนทำให้เลยเวลาทาน ทานอาหารในแต่ละมื้อได้นั่นเอง

ท่านรู้หรือไม่ว่าหากไม่ทานอาหารหรือทานอาหารไม่ตรงต่อเวลาจะเกิดความเครียดซึ่งความเครียดเรานั้น มักจะมีผลต่อพวกที่เป็นโรคกระเพาะโดยตรงซึ่งหากอาการของโรคกระเพาะกำเริบมันจะส่งผลรุนแรงมีการทรมานอย่างหนักซึ่งหากเป็นมากต้องรีบไปพบแพทย์โดยด่วน

เราจะเห็นได้ว่าการเป็นโรคกระเพาะนั้นมันทรมานมากแต่สิ่งสำคัญเหนือสิ่งอื่นใดนั่นก็คือการทานอาหารที่เหมาะสมเพื่อป้องกันไม่ให้ไปกระตุ้นตับโรคกระเพาะเหล่านั้นเพราะบุคคลที่เป็นโรคกระเพาะสามารถเกิดอาการขึ้นได้ทุกเมื่อหรือแม้กระทั่งกิน อาหารผิดที่ส่งผลให้โรคต่างๆกำเริบขึ้นมาได้

อาหารที่คู่ควรกับผู้ที่เป็นโรคกระเพาะมีดังนี้

สิ่งแรกควรเลือกทานอาหารที่ย่อยง่าย

โดยอาหารเหล่านี้เป็นอาหารที่เหมาะแก่ผู้ที่เป็นโรคกระเพาะโดยตรงเพราะหากมีอาการที่รุนแรงก็ไม่ควรที่จะทานอาหารที่ย่อยยากซึ่งเราควรหาอาหารประเภทไก่ปลาเพราะอาหารเหล่านี้สามารถย่อยง่ายและเวลากินก็ควรเขียวให้ละเอียดมากกว่าเดิมไม่ควรรีบกิน จนเกินไปเพราะมันจะทำให้ร่างกายย่อยได้ยากซึ่งส่งผลให้เกิดการระคายเคืองตับกระเพาะของเราได้

อันดับต่อมานั่นก็คือกล้วย

กล้วยคือผลเม้ที่มีประโยชน์ที่สุดชนิดหนึ่งซึ่งประโยชน์ของมันเราย่อมรู้ของกันดีซึ่งมันจะมีสารตัวหนึ่งอยู่ในกล้วยนั้นและมีชื่อเรียกว่า เซโรโทนิน สารเหล่านี้เมื่อมีการเข้าสู่ร่างกายของเราแล้วจะเป็นการช่วยยับยั้งเกี่ยวกับการย่อยที่ส่งผลต่อกระเพาะอาหารของเราซึ่งมันจะเป็นการกระตุ้นเกี่ยวกับลำไส้ให้มีความบีบตัวมากขึ้นนอกจากนั้นยังเป็นการช่วยในการรักษาแผลที่กระเพาะอาหารของเราอีกด้วยซึ่งเหล่านี้มักรู้ดีว่าในการบริโภคกล้วยเป็นวิธีที่ง่ายที่สุดและสามารถอ่านได้ทุกที่ไม่ว่าจะอยู่ที่ไหนก็ตามแถมยังเป็นผลไม้ที่กินแล้วอิ่มอยู่ได้นานและไม่มีการอ้วนยิ่งทานที่เป็นบุคคลที่กลัวอ้วนหรือลดความอ้วนอยู่กล้วยคือสิ่งสำคัญเพราะมันจะทำให้อยู่ท้องและไม่อ้วนนั่นเอง

ผลไม้ลดความอ้วน ดีต่อการขับถ่าย

อาหารลดความอ้วน คนจำนวนไม่น้อยจำเป็นต้องระลึกถึงผักและก็ผลไม้ แต่ว่าเมื่อเอ๋ยถึงผลไม้แล้ว ผู้คนจำนวนมากก็บางทีก็อาจจะจะต้องงงงันด้วยเหตุว่าผลไม้บางประเภทรับประทานแล้วทำให้อ้วน บางประเภทก็ไม่ทำให้อ้วน เหมาะสมที่จะคือผลไม้ลดความอ้วน วันนี้พวกเราจะทราบได้ยังไงว่าผลไม้จำพวกไหนรับประทานลดหุ่นได้ พวกเราพร้อมที่จะพาผู้หญิงไปทำความรู้จักกันแล้ว

แอปเปิ้ล

ลูกแอปเปิ้ลขึ้นชื่อว่าเป็นราชาผลไม้ลดความอ้วนที่อุดมไปด้วยใยอาหารหรือเส้นใยจำนวนมาก ช่วยทำให้ระบบขับถ่ายปฏิบัติงานชำนาญ แถมยังมีวิตามิน แล้วก็เกลือแร่ที่ดีต่อสุขภาพร่างกาย เมื่อทานเข้าไปแล้วจะช่วยทำให้รู้สึกอิ่มท้องได้นาน ลดปัญหาเกี่ยวกับการรับประทานจุบจิบ ผลแอปเปิ้ล 1 ผล ให้แคลอรีราวๆ 60 กิโลแคลอรี และก็ยังช่วยทำให้ผิวพรรณงามใสจากวิตามินในลูกแอปเปิ้ลอีกด้วย

สับปะรด

สับปะรดมีคุณประโยชน์เด่นๆเป็นมีโปรตีนที่ทำหน้าที่เร่งปฏิกิริยาเคมีโบมีเลียม ช่วยสำหรับในการย่อยของกินได้อย่างดีเยี่ยม ทำให้ร่างกายดูดซับสารอาหารไปเพื่อเป็นการหล่อเลี้ยงส่วนต่างๆได้ง่าย ถ้ากินสัก 2-3 ชิ้น ก็จะให้พลังงานราว50-70 กิโลแคลอรี สำหรับสับปะรดยังอุดมไปด้วยสารต้านอนุมูลอิสระ อย่างเช่น วิตามินซี เบต้าแคโรทีน และก็ยังมีเส้นใยสูง มีสาระสำหรับเพื่อการย่อยยังน้อยเกินไป ยังเป็นเหตุให้คุณอิ่มได้นานขึ้นอีกด้วย คนไหนกันแน่ที่กำลังลดความอ้วน ต้องการมีหุ่นที่กระชับ สับปะรดช่วยตอบปัญหาได้ดิบได้ดีทีเดียว

ส้ม

ส้มคือผลไม้ที่หารับกินได้ง่าย แถมอร่อยรวมทั้งมีวิตามินซีสูง อีกทั้งมีไธอามีนแล้วก็โฟเลทที่ช่วยทำให้ระบบการเผาไหม้ดำเนินการได้ดิบได้ดี ยิ่งกว่านั้นยังมีเส้นใยที่ดีต่อระบบขับถ่ายอีกด้วย โดยส้ม 2 ผล จะให้พลังงาน 60 กิโลแคลอรีแค่นั้น ส้มมีกากใยจะช่วยปรับให้รู้สึกอิ่มท้องเร็วแล้วก็ช่วยทำให้ระบายท้องได้ดิบได้ดี ก็เลยเหมาะสมที่จะคือผลไม้ลดความอ้วน

มะละกอ

มะละกอช่วยให้การขับถ่ายทำงานได้ดีอย่างสะดุดตา แม้กระนั้นโน่นก็ไม่ใช่ผลดีเพียงอย่างเดียวของมะละกอ ด้วยเหตุว่าในมะละกอยังมีเส้นใยอย่างมากมายรวมทั้งมีโปรตีนที่ทำหน้าที่เร่งปฏิกิริยาเคมีช่วยสำหรับการย่อย ทำให้ของกินที่พวกเรารับประทานเข้าไปถูกย่อยและก็ซับได้อย่างไม่ยากเย็น ในมะละกอสุก 8 ชิ้น จะให้พลังงานราวๆ 60 กิโลแคลอรี แล้วก็ที่สำคัญในมะละกอยังมีสารฟลาโวนอยด์ แคโรทีน แล้วก็วิตามินซีที่ช่วยสำหรับในการต้านทานอนุมูลอิสระ ช่วยชะลอการเสื่อมของผิวพรรณให้มองอ่อนวัย ต่อสู้กับไขมันส่วนเกินของร่างกายได้ด้วย

แก้วมังกร

แก้วมังกรคือผลไม้ที่มีคุณค่าทางของกินสูง แก้วมังกรขนาด 200 กรัม ให้พลังงานโดยประมาณ 60 กิโลแคลอรีแค่นั้น ก็เลยจัดได้ว่าคือผลไม้ลดความอ้วนที่รับประทานแล้วไม่อ้วนแน่ๆ เพราะว่าสารไม่วสิเลจในแก้วมังกรมีลักษณะเหมือนวุ้นเจล ช่วยสำหรับเพื่อการซับน้ำภายในร่างกาย กินแล้วอิ่มท้องนาน ยิ่งกว่านั้นยังอุดมไปด้วยวิตามินแล้วก็แร่ที่มีสาระต่อสุขภาพหลากหลายประเภท แต่ว่าการกินแก้วมังกรมิได้ช่วยสำหรับในการลดหุ่นเพียงอย่างเดียวแค่นั้น เนื่องจากยังมีสารต้านอนุมูลอิสระ ช่วยทำให้ผิวพรรณเต่งตึงแล้วก็มองอ่อนกว่าวัยได้อีกด้วย

แตงโม

แตงโมลูกโตๆรสหวานมีอีกทั้งธาตุแล้วก็วิตามินหลายประเภท ช่วยทำนุบำรุงผิวพรรณของผู้หญิงอีกทั้งช่วยล้างไต ขับฉี่ ขับของเสียภายในร่างกาย และก็ช่วยลดหุ่น รับประทานแล้วไม่ทำให้อ้วน โดยแตงโม 1 ถ้วย ให้พลังงานประมาณ60-80 กิโลแคลอรีเพียงแค่นั้น รวมทั้งยังชุ่มฉ่ำไปด้วยน้ำถึง 93% ขององค์ประกอบทั้งปวง ก็เลยทำให้ท่านรู้สึกอิ่มเร็ว ถ้าเกิดรับราวๆแตงโมแทนอาหารเย็นก็จะช่วยลดความอ้วนได้ แถมยังช่วยทำให้ผิวพรรณผ่องใสแล้วก็ชุมเปียกชื้นขึ้นอีกด้วย แม้กระนั้นยังไงก็ไม่สมควรทานเยอะเกินไป เนื่องจากว่าการทานแตงโมในจำนวนมากอาจส่งผลให้ท้องเดินแล้วก็ปวดท้องฉี่เป็นประจำทานแตงโมพร้อมกันกับผลไม้ลดหุ่นประเภทอื่นๆด้วยจะเยี่ยมที่สุด